ช่วงที่ไวรัสกำลังวิกฤตธุรกิจ

ช่วงที่ไวรัสกำลังวิกฤตธุรกิจอีคอมเมิร์ซรวมถึงธุรกิจการส่งของกลับรุ่งเรือง

      จากสถานการณ์ที่หลายประเทศอยู่ในช่วงวิกฤตเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในขณะนี้นั้นต่างประเทศได้มีการสั่งปิดสถานบริการต่างๆรวมถึงขอความร่วมมือประชาชนของประเทศตนเองให้กักตัวเองอยู่แต่ในบริเวณบ้านไม่ต้องออกไปไหนเพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

และลดความเสี่ยงที่จะไปติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาจากที่อื่นดังนั้นหลายประเทศจึงมักจะพบปัญหาเรื่องของการซื้อของกักตุนรวมถึง หลายคนยังต้องออกไปนอกบ้านเพียงเพื่อต้องการไปซื้ออาหารซื้อข้าวของเครื่องใช้ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัส Corona เช่นเดียวกัน

เนื่องจากปัจจุบันทั้งต่างประเทศและแม้แต่ประเทศไทยเองก็ได้มีการประกาศออกมาในห้างสรรพสินค้าต่างๆทำการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแก้ไขการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้ดังนั้นธุรกิจที่กำลังเป็นที่นิยมและเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกำไร

และมีลูกค้าใช้บริการมากที่สุดในตอนนี้นั่นก็คือธุรกิจ อีคอมเมิร์ซรวมถึงธุรกิจการส่งของเนื่องจากว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องอยู่แต่กับบ้านดังนั้นข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะหันมาทำการสั่งซื้อสินค้าเหล่านั้นผ่านทางระบบออนไลน์เว็บไซต์ต่างๆซึ่งเห็นได้ชัดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนเช่นบริษัทอเมซอนกำลังได้ผลประโยชน์จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นอย่างมาก

เนื่องจากว่าก็ต้องส่งสินค้าออกไปให้กับทุกประเทศทั่วโลกประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินทางออกไปนอกบ้านได้จึงมักมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์โดยเราจะเห็นได้ว่าบริษัทอเมซอนซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศจีนได้มีการประกาศรับสมัครพนักงานมากถึงหนึ่งแสน คนด้วยกันทั้งที่บริษัทอื่นๆของทุกประเทศกำลังทยอยปิดตัวลงแต่มีบริษัทของอเมซอนเท่านั้นที่มีการเพิ่มจำนวนพนักงานให้มากขึ้นนั่น

แสดงว่าผู้คนเริ่มมาใช้บริการการขนส่งของต่างประเทศเป็นมากขึ้นเพราะสินค้าภายในประเทศเองก็ไม่สามารถผลิตได้เนื่องจากพนักงานถูกสั่งให้กักตัวหรือทำงานอยู่ที่บ้านดังนั้นทุกคนส่วนใหญ่จึงต้องหันมาพึ่งการบริการผ่านทางระบบออนไลน์แทนเพื่อที่จะได้มีสินค้าเข้าของเครื่องใช้เอาไว้ใช้ไม่ขาดมือ

ซึ่งการซื้อสินค้าในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการซื้อสินค้าเฉพาะคนจีนด้วยกันเท่านั้นแต่ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยประเทศอเมริกาหรือประเทศอื่นๆอีกมากมายต่างก็มีการสั่งซื้อสินค้ามาจากประเทศจีนเพื่อเอามาใช้งานในขณะนี้เป็นจำนวนมากรวมถึงบริษัทขนส่งต้องมีการทำงานมากขึ้น

เพราะมีการสั่งสินค้ากันมากขึ้นจากหลายๆประเทศนั่นเองซึ่งตอนนี้นอกจากจะมีการซื้อสินค้าสำหรับใช้สอยในครัวเรือนแล้วการสั่งอาหารการกินก็สามารถสั่งผ่านทางระบบออนไลน์ได้ซึ่งอเมริกาเองไม่ว่าจะเป็นร้าน KFC หรือแม้แต่ร้านพิซซ่าก็เปิดบริการให้มีการจัดส่งอาหารเหล่านี้ให้ลูกค้าได้โดยยกเว้นค่าบริการจัดส่งให้ฟรีรวมถึงประเทศไทยเองก็เริ่มมีบริการนี้แล้วเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย  ufabet บาคาร่า

เกาหลีใต้โมเดล ถอนพิษโควิด รอดแบบไม่ต้องล็อกดาวน์

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 นั้น ที่ยังคงระบาดต่อเนื่องซึ่งบางประเทศก็เริ่มที่จะหามาตรการรับมือเพื่อความอยู่รอดแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่นั้นในหลายๆ ประเทศก็ยังคงต้องปิดประเทศอยู่ แต่มีประเทศหนึ่งในแถบเอเชีย

ที่ถือว่าอาจจะต้องนำมาเป็นโมเดลแบบอย่างในการป้องกันไข้ไวรัสระบาดในครั้งนี้ นั่นก็คือประเทศ เกาหลีใต้ ซึ่งทางนักเศรษฐศาสตร์มองว่า ประเทศนี้เป็นต้นแบบในการวางแผนเตรียมการสำหรับการผ่อนคลายและปลดล็อกมาตรการต่างๆ ที่ใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไข้ไวรัส ไปจนถึงแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังวิกฤติ

ซึ่งถือว่าประเทศเกาหลีใต้นั้นทำได้ดีที่เดียว เพราะถ้าหากย้อนไปเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์นั้น เป็นช่วงที่ย่ำแย่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ ที่จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดในกลุ่มผู้ที่มีกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน แต่พอมากลางเดือนเมษายน

สถานการณ์นั้นเริ่มคลี่คลายและยอดผู้ติดเชื้อใหม่ในรายวันก็ลดลงสู่ระดับต่ำกว่าหนึ่งร้อยราย โดยที่ประเทศเกาหลีใต้ไม่ได้มีมาตรการล็อกดาวน์หรือปิดสถานประกอบการธุรกิจแต่อย่างใด และยังคงมีการเปิดร้านกันตามปรกติ จึงทำให้ไม่ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจในประเทศมากนั้น แต่มาตรการที่ทางรัฐบาลเกาหลีใต้เองนั้นได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ก็คือการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด19 แก่ประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุดและเข้มขวดกับมาตรการกักตัวและไม่จับกลุ่ม และไม่ออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่า การล็อกดาวน์ไม่ใช่ทางเลือกเดียว เพราะผลลัพธ์จากการดำเนินงานในลักษณะนี้ ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศหรือ จีดีพี ในช่วงไตรมาสรแรกของปีนี้นั้น

ปรากฏว่า ยังคงมีอัตราการขยายตัวที่อัตรา 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 และหากมีการเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คือไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 แม้ว่าจีดีพีของเกาหลีใต้ในไตรมาสแรกปีนี้จะหดตัวของเศรษฐกิจจีน

ทั้งนี้ รายงานของธนาคารกลางของประเทศเกาหลีใต้ระบุว่าการที่ประชาชนเกาหลีได้ให้ความร่วมมือในการอยู่กับบ้าน ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงถึง 6.4% ซึ่งทางนักเศรษฐศาสตร์ของประเทศเกาหลีใต้เองนั้นก็มองว่า มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของประเทศเกาหลีใต้เองนั้นได้ผล

และในแง่ของการกระทบเศรษฐกิจภายในประเทศก็ไม่ได้รุนแรงนัก หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีผลฉุดรั้งเศรษฐกิจให้วูบลงเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าประเทศเกาหลีใต้ ก็เป็นโมเดลต่างๆ ในการป้องกันและแก้ปัญหาให้กับหลายประเทศได้ที

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub ทดลองเล่น

ไวรัสโควิด19 โรคล้างโลก

สถานการณ์ที่ปัจจุบัน ไข้ไวรัสโควิด19 ได้ระบาดไปทั่วโลกแล้วนั้น ทางองค์การอนามัยโลกได้มีการตั้งสมมติฐานไว้ว่า ถ้าการควบคุมการแพร่ระบาดนี้ของประชากรทั่วโลกไม่ดีพอนั้น ด้วยอัตราการติดเชื้อ หนึ่งคน ต่อ สองจุดสองคนนั้น อาจทำให้ภายในสิ้นปีนี้ มียอดจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้ เป็นจำนวน สิบหกล้านเจ็ดแสนคน

นั่นจึงเป็นสัญญาณเตือนไปสู่ทุกประเทศว่าหากแต่ละประเทศป้องกันตัวเองไม่ดีนั้น โอกาสที่จะมีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นในประเทศก็จะย่อมสูงขึ้นไปตามการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเองนั้น ถ้ามีการร่วมมือที่ดีของภาคประชาชนอาจทำให้มีอัตราการติดเชื้อน้อยลงเรื่อยๆ

ซึ่งในปัจจุบันนั้น โลกของเรามีการแบ่งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ สองกลุ่ม คือกลุ่มที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ แถบประเทศยุโรป เช่น อิตาลี และสเปน กับอีกกลุ่มที่ยังสามารถควบคุมได้คือ ประเทศฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงค์โปร์และเกาหลีใต้  ดังนั้นประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มใด ซึ่งมีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นเอาว่า ประทเศไทยของเรานั้น

ค่อนข้างเข้าข่ายกลุ่มที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะอัตราการเพิ่มผู้ติดเชื้อในแต่ละวันนั้น มีค่อนข้างสูง ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกันในวันนี้แล้ว โอกาสที่ประเทศไทยนั้นจะสามารถควบคุมได้เหมือนประเทศอื่นๆ เช่นประเทศญี่ปุ่น เพราะประเทศไทยนั้นเริ่มต้นการป้องกันค่อนข้างช้า สามถึงสี่วัน

ซึ่งถ้าหากยังปล่อยไว้แบบนี้แล้วไม่ช่วยกันภายใน 15 เมษายนนี้ ประเทศไทยอาจจะมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากถึง สามแสนห้าหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยสี่สิบแปดรายเลยทีเดียว ซึ่งในช่วงนี้ประชาชนคนไทยคงต้องช่วยเหลือกันและทำตามมาตรการ งดออกจากบ้าน เว้นระยะห่างทางสังคม

เพื่อช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด เพราะถ้าหากเราป้องกันอย่างจริงจังนั้น เราจะสามารถดึงตัวเลขอัตราการติดเชื้อของผู้ป่วยโควิด ลงมาได้อยู่ที่ สองหมื่นสี่พันสองร้อยหกสิบเก้าราย และถ้าเราไม่อยากเห็นภาพประเทศไทยต้องตกสภาพเป็นเหมือนในประเทศอิตาลีแล้วหล่ะก้อ ทางคนไทยทุกคนต้องช่วยกันและร่วมมือกัน

เพราะที่ประเทศอิตาลีนั้น ตอนนี้ถึงขั้นต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่ หรือให้ใครไป เพราะด้วยจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อกับจำนวนของแพทย์และพยาบาลนั้น ไม่เพียงพอที่จะดูแลให้ทั่วถึงได้ รวมไปถึงจำนวนเตียงของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีจำนวนไม่พอต่อผู้ป่วย ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือ ต้องรีบป้องกันและช่วยกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่โรคไวรัสโควิด จะล้างโลกของเรา

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

มาตรการรัฐบาลเยียวยา แรงงานกลุ่มลูกจ้าง

จากวิกฤติเศรษฐกิจคนตกงาน จากพ้นกระทบไข้ไวรัสโควิด และมาตรการที่ทางรัฐบาลประกาศให้มีการปิดห้างร้านและกิจการชั่วคราว จึงทำให้เกิดภาวะคนตกงาน ซึ่งปัจจุบันทางรัฐบาลกำลังหามาตรการช่วยเหลือลูกจ้างและแรงงานเหล่านี้อยู่ และล่าสุดมีมาตรการที่จะให้เงินสนับสนุนคนละ 5,000 บาทต่อเดือน

เป็นระยะเวลาสามเดือน พร้อมให้สินเชื่อวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท ต่อรายโดยไม่ต้องมีหลักประกัน หรือสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน ต้องมีหลักประกัน โดยมีระยะเวลากู้ไม่เกินสามปี ซึ่งได้แบ่งกลุ่มที่จะรับเงินออกเป็นดังนี้

กลุ่มแรงงานลูกจ้าง มีมาตรการคือ 

  1. สนับสนุนเงิน คนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาสามเดือน เพื่อเป็นการเยียวยาแรงงานลูกจ้างและลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม จากกรณีการปิดพื้นที่เสี่ยต่อการระบาดชั่วคราว 
  2. สินเชื่อวงเงินฉุกเฉินไม่เกิน 10,000 บาทโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือสินเชื่อพิเศษวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายในอัตราดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือน ซึ่งต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี
  3. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสำนักงานธนานุเคราะห์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ สธค. เพื่อให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
  4. ยืดระยะเวลาการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไปจนถึง 31 สิงหาคม ปี 63
  5. เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ จาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท

กลุ่มผู้ประกอบการ ประกอบด้วย 7 มาตรการ ได้แก่

  1. สินเชื่อรายย่อย วงเงินต่อรายไม่เกิน สามล้านบาท
  2. เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภงด. 50 และภงด. 51
  3. เลื่อนเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ นำส่งและชำระภาษี เช่น Vat ภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

ซึ่งมาตรการต่างๆที่ออกมานั้น ทางรัฐบาลพยายามหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการและพนักงานลูกจ้าง ทั้งที่ทำงานประจำและไม่ประจำตลอดผู้ที่มีอาชีพอิสระ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่รอด และฝ่าภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากผลกระทบของไข้ไวรัสโควิด 19 นี้ไปด้วยกัน ซึ่งหากมาตรการนี้ได้ออกไปแล้ว และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้โควิด19 นั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทางรัฐบาลจะมีการประชุมหารือกับทุกภาคหน่วยงานรัฐ

และหน่วยงานเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้หาหนทางวิธีการที่จะแก้ไข และดูแลประชาชนในเฟสต่อๆไป ซึ่งทางรัฐบาลอยากฝากขอให้ประชาชนตั้งสติ และเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์แล้ว ภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ สถานการณ์ทุกๆอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายและจะมีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นต่อๆไป และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ต่อตนเอง และคอยระวังป้องกันการแพร่ระบาด รวมถึงการปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลอย่างเคร่งครัดด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub

ปริมาณเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่ใช้แล้วได้ผลที่สุด

หลังจากที่มีสถานการณ์วิกฤติ การแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 ขึ้นมาตลอดระยะเวลาสามเดือนนี้นั้น ทำให้สิ่งของที่ไม่เคยจำเป็นกับพวกกลายเป็นสินค้าที่ค่า และมีราคาที่แพงไปอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย หรือเจลแอลกอฮอลล์ ที่เอไว้ใช้สำหรับล้างมือ

ซึ่งตอนนี้สิ่งของทั้งสองชนิดนี้กลายเป็นสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปแล้ว โดยทุกคนพยายามหาซื้อและกักตุนไว้เพื่อเก็บไว้ป้องกันตัวเองและคนในบ้าน แม้จะมีการศึกษาวิจัยบอกไว้อย่างชัดเจนว่าการล้างมือด้วยสบู่โดยใช้เวลาล้างและถูมือให้ทั่วทุกซอกนิ้วประมาณ 20 วินาที

จะมีประสิทธิภาพในการขจัดไวรัสออกจากมือได้ดีกว่าการใช้เจล แต่ในช่วงเวลาที่หาห้องน้ำล้างมือไม่ได้นั้น เจลแอลกอฮอลล์จึงมีส่วนสำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ซึ่งจากผลวิจัยนั้น ปริมาณการใช้เจลแอลกอฮอล์ที่ได้ประสิทธิภาพที่สุดนั้นคือประมาณ 3 มิลลิลิตร

ซึ่งเพียงพอที่จะใช้สำหรับการถูฆ่าเชื้อได้ทั่วทั้งมือ แต่บางทีหรือบางหัวกดนั้นจะกดได้แค่ประมาณ 1 มิลลิลิตรเท่านั้น เพราะผลจากการวิจัยบอกว่าการที่ใช้เจลน้อยเกินไปนั้น แอลกอฮอลล์จะระเหยไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากกดประมาณ 3 มิลลิลิตร และถูให้ทั่วมือสัก 20 วินาทีนั้น

จะเป็นปริมาณที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อได้มากที่สุด แต่ถ้ามือเกิดเปื้อนดินหรือมีสิ่งสกปรก ก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อนั้นเสื่อมถอยลงไปด้วย แต่หากการที่เราใช้เจลบ่อยจนเกินความจำเป็น ก็จะทำให้มือแห้งหยาบ ซึ่งสรุปได้ว่าการที่ใช้เจลแอลกอฮอลล์ในการฆ่าเชื้อโรคนั้นเป็นสิ่งที่ดี

และพึงควรกระทำในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ประจำ แต่หากมีการใช้มากเกินความจำเป็นอาจจะทำให้ผิวมือของคุณเกิดความแห้งกร้าน ส่วนการใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรคนั้น เราควรจะใช้ปริมาณอยู่ที่ สามมิลลิลิตร และมีการถูอย่างน้อยสามสิบวินาทีขึ้นไป

ซึ่งต้องสังเกตว่าการกดแต่ละครั้งออกมาปริมาณที่เท่าไหร่ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะออกมาที่ครั้งละ หนึ่งมิลลิลิตร เราจึงต้องกดทั้งสิ้น สามครั้ง ส่วนในกรณีที่หาเจลไม่ได้หรือไม่อยากจะใช้เจลบ่อยนั้น

ให้หมั่นล้างมือด้วยสบู่ และถูให้ทั่วมือทุกซอกนิ้วโดยใช้เวลาอย่างน้อย ยี่สิบวินาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ ก็จะให้คุณป้องกันจากการถูกแพร่ระบาดของเชื้อไข้ไวรัสโควิด 19 ที่ยังคงระบาดอยู่ตอนนี้ได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรที่จะลืมสวมหน้ากากอนามัยด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet-cafe

ประเทศอิตาลี สะบักสะบอมเพราะผู้นำ

ประเทศอิตาลี ต้นแบบของผู้นำที่ล้มเหลว ที่ไม่ได้ตื่นตัวหรือเตรียมรับมือกับปัญหาโรคระบาดที่เริ่มต้นมีผู้ป่วยคนแรกที่พบการติดไข้ไวรัสโควิด 19 จากวันเริ่มต้นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ วันแรกที่ประเทศอิตาลี พบผู้ป่วยรายแรกที่ติดเชื้อโควิด จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน ที่ประเทศอิตาลี

จากเมืองแฟชั่นที่มีผู้คนเดินอวดแฟชั่นและใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ประเทศที่เมืองท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆของโลกที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวในประเทศปีละไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านคน แต่วันนี้ประเทศอิตาลีกลายเป็นประเทศร้าง ประเทศที่ต้องต่อสู้กับปัญหาวิกฤติการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด 19 ที่ทำลายชีวิตผู้คนในประเทศไปอย่างมากมาย

และยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ติดเชื้ออีกเป็นจำนวนมากเกือบสี่หมื่นราย และถึงแม้ว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการคุมเข้มปิดเมืองทั่วประเทศล่วงเข้ามาถึงสัปดาห์ที่สาม นับจากวันที่พบผู้ป่วยติดเชื้อเป็นคนแรกแล้วนั้น สถานการณ์ในประเทศอิตาลียังคงไม่ดีขึ้น การควบคุมการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสยังคงไม่สามารถหยุดได้

ในแต่ละวันยังคงมีผู้เสียชีวิตอย่างมากมายร่วมหลายร้อยคน และมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันเกือบสี่พันกว่าราย นั่นเป็นเพราะผลจากการไร้ความสามารถและการบริหารจัดการของรัฐบาล ซึ่งจากสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม นั้น อิตาลีมีประชาชนที่ติดเชื้อแล้วมากกว่า ห้าหมื่นสามพันคน

และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า สี่พันแปดร้อยราย ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นได้แซงหน้าประเทศจีนที่มีผุ้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นในตอนนี้อยู่ที่ สามพันสองร้อยห้าสิบห้าราย

ซึ่งจำนวนของคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิดทั่วโลกนั้น ประเทศอิตาลีมีประชากรที่เสียชีวิต เป็นจำนวนถึงหนึ่งในสามของประชากรทั่วโลกที่เสียชีวิตจากไข้ไวรัสตัวนี้ ซึ่งมีคำถามจากคนทั่วโลกว่า ทำไมประเทศอิตาลีกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดแห่งใหม่ ซึ่งมีคำตอบหลายคำตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก

โดยบางคนก็บอกว่าเพราะโครงส้างประชากรของประเทศอิตาลีส่วนใหญ่เป็นประชากรผู้สูงวัย หรือแพทย์บางคนก็บอกว่าระบบสาธารณสุขของประเทศอ่อนแอ หรือคำอธิบายของแพทย์บางคนก็บอกว่า ประเทศอิตาลีรีรอที่จะใช้ยาแรง เพราะห่วงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลและหน่วยงานรัฐขาดความสามารถในการรับมือ และปฏิบัติงานกันคนละทิศคนละทาง จึงทำให้ประชาชนชาวอิตาลี

เกิดความสับสนและป้องกันตัวเองไม่ถูก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศอิตาลีกลายเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่พุ่งสูงไม่หยุด และเมื่อไหร่ถึงจะมีการหยุดการแพร่ระบาดในประเทศอิตาลีนี้สักที และคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือผู้นำอิตาลี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เว็บพนัน ufabet

ธนาคารแต่ละแห่งก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ (SCBS) ระบุในบทวิเคราะห์ คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1 ของกลุ่มธนาคารจะแสดงสัญญาณเริ่มแรกของผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด โดยผลการดำเนินงานจะอ่อนแอลงในทุกๆ ด้าน ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาสหนึ่ง ของกลุ่มธนาคารก็จะลดลง ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจาก

การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนผลกระทบที่อาจได้รับจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่อคุณภาพสินทรัพย์

รวมไปถึง NIM ลดลง โดยมีสาเหตุมาจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ในเดือนมีนาคม ทั้งๆ ที่ได้รับผลประโยชน์จากการนำมาตรฐานบัญชี มาใช้ในรูปแบบของอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก ที่ต่ำกว่าปรกติและรับรู้รายได้ดอกเบี้ยในเกณฑ์คงต้างสำหรับพอรต์สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และยังมีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ดังเห็นได้จากการที่มีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อในเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วน Non-Nll ก็ลดลง

ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนแอลง โดยมีสาเหตุมาจากการจัดชั้นค่าธรรมเนียม ในการให้สินเชื่อใหม่เป็นรายได้ดอกเบี้ยที่ทยอยรับรู้ภายใต้มาตรฐานบัญชี และยังคงมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง แต่มีอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้จะสูงขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากรายได้ที่อ่อนแอลงนั่นเอง 

ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์กันว่า กำไรสุทธิของธนาคาจะลดลงในปีนี้ถึง ยี่สิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ เพราะแนวโน้มกำไรของกลุ่มธนาคารดูอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นในทุกๆด้าน แต่ธนาคารมีงบดุลที่แข็งแกร่งอย่างมากซึ่งจะช่วยป้องกันผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจขาลง และจะไม่ให้เหมือนกับวิกฤติการเงินในปี 2540

นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังได้มีการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นสินเชื่อและการกันเงินสำรองสำหรับสินเชื่อที่ปรับโครงสร้างแล้วหรือมีการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และขยายระยะเวลาการชำระคืน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจขาลงจนถึงเดือน ธันวาคม 2565 ซึ่งอย่างไรก็ดีแม้ว Valuation ธนาคารแม้จะถูก แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบซื้อแต่อย่างใด เรายังคงเลือก ธนาคารกรุงเทพ เป็น top pick ของกลุ่มธนาคาร

เพราะมี LLR coverage สูงที่สุด เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด จะสามารถควบคุมได้เมื่อไหร่ ธนาคารต่างๆ จึงยังคงเผชิญกับความเสี่ยงขาลงหลักๆในแง่ของคุณภาพสินทรัพย์แม้หุ้นธนาคาส่วนใหญ่จะมากการซื้อขายที่ Valuation ถูก แต่เราก็จะแนะนำให้นักลงทุนรอจนกว่าความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวลดลงมาก่อน ซึ่งจากเหตุการณ์เหล่านี้และมาตรการการตั้งรับต่างๆเองของธนาคารก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยเป็นกำลังสำรองให้กับประชาชนในเวลานี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub

ดูแลลูกให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด19

สถานการณ์ไวรัสโควิด19 ที่กำลังแพร่ระบาดหนักอยู่ในตอนนี้ได้สร้างความกังวลใจในการดำรงชีวิตในปัจจุบันของคนทั้งโลกเป็นอย่างมาก เพราะเราไม่สามารถทราบได้เลยว่าใครคนไหนได้รับเชื้อกันมาบ้าง ยิ่งสถานการณ์ล่าสุดของประเทศจีน

ที่มีข่าวว่าไข้ไวรัสตัวนี้ได้พัฒนาไปอีกขึ้น เพราะมีผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอากาศแสดงออกมาถึงหนึ่งพันกว่าคน ยิ่งทำให้ไวรัสตัวนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม จนทุกวันนี้ทุกคนอยู่กันด้วยความวิตก ยิ่งในครอบครัวที่มีเด็ก ความกังวลของพ่อแม่ยิ่งมีมากขึ้น ถึงแม้ว่าตามรายงานทั่วโลกนั้นการติดเชื้อของโควิดในเด็กไม่ได้มีมากนัก

แต่อย่างไรทางผู้ปกครองก็ควรจะต้องระวังไว้ก่อน ซึ่งจากรายงานนี้ ก็ได้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ความเห็นว่า เด็กไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะไม่ได้เดินทางไปไหน และไม่ได้ปะปนกับผู้คน จึงทำให้โอกาสติดเชื้อนั้นน้อยลง ตลอดจนเป็นช่วงปิดเทอมและการประกาศงดกิจกรรมที่มีคนหมู่มากจึงเป็นอีกทางที่ช่วยป้องกันไว้

ซึ่งโดยส่วนใหญ่ทางเดียวที่เด็กจะติดเชื้อก็คงมาจากผู้ใหญ่ที่บ้าน หรือที่ใกล้ชิด ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องระวังมากที่สุดก็คือตัวเอง และอีกนัยหนึ่ง ความรุนแรงและผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กก็จะน้อยกว่า เพราะระบบทางเดินหายใจและระบบคุ้มกันของเด็กทั่วไปมักแข็งแรง และมีการปรับตัวต่อการติดเชื้อไวรัสอยู่อย่างต่อเนื่อง ยกเว้นเด็กที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว

ดังนั้นหากป้องกันในส่วนของพ่อแม่ และผู้ปกครองได้นั้น ก็จะช่วยป้องกันเด็กที่อยู่ที่บ้านไปในตัวด้วย และควรหลีกเลี่ยงที่จะพาเด็กออกไปในที่สาธารณะ ชุมชน ที่มีคนเยอะๆ และถ้าหากเด็กมีอาการป่วยดังต่อไปนี้ ไข้สูง ไอ เหนื่อยหอบ หรือซึม ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

และที่สำคัญต้องแจ้งข้อมูลให้ละเอียดทั้งประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมโรงเรียน และการป้องกันอีกส่วนคือ หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กสัมผัสสิ่งของต่างๆ โดยไม่จำเป็น รวมทั้งควรสอนเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล ไม่ใช้สิ่งของรวมกับผู้อื่น และล้างมืออย่างถูกต้อง และคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ ทำความสะอาดที่อยู่อาศัยไม่ให้เป็นแหล่งเชื้อโรค

เพื่อป้องกันไม่ให้เอาเชื้อมาติดลูกได้ ส่วนเด็กที่มีโรคประจำตัวควรกินยาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคไอพีดีเพื่อป้องกันปอดอักเสบ เท่านี้ เด็กที่บ้านและลูกน้อยของคุณ ก็จะปลอดภัยและห่างไกลจากการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด 19 นี้อย่างแน่นอน ดังนั้นควรทำตามคำแนะนำ และหมั่นดูแลตัวเองอยู่เสมอ

 

สนับสนุนโดย   สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ํา

แอปติดตามพนักงาน ทำงานจากเรียลไทม์

จากมาตรการต่างๆที่ทางรัฐบาลได้ประกาศออกมาให้ประชาชนเว้นระยะห่างจากสังคม โดยพยายามงดออกจากบ้าน และถ้าจำเป็นต้องออกมานั้น จะต้องกลับบ้านก่อนสี่ทุ่มของแต่ละวัน และจะออกมาได้อีกทีคือตีห้า เช้าในวันถัดไป และได้มีการออกมาตรการให้มีการปิดบริษัทฯ ห้างร้านเป็นการชั่วคราว

และเน้นให้คนทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลให้เจ้าของกิจการต้องจัดตารางเวรในการทำงานเพื่อให้งานของพวกเค้ายังคงมีประสิทธิภาพอยู่ในช่วงเวลากับสถานการณ์ที่เป็นเช่นนี้

ซึ่งทำให้บริษัทที่เป็นกลุ่มหัวใส คิดค้นการพัฒนาแอปพิเคชั่นขึ้นมาเพื่อสามารถทำการตรวจสอบตำแหน่งของพนักงานในความดูแลได้ว่ายังคงตั้งใจนั่งทำงานอยู่ที่บ้านหรือเปล่า อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าพนักงานจะปลอดภัยและห่างไกลจากการเสี่ยงออกไปรับเชื้อโรค โควิด 19 หรือไม่ ซึ่งหากมีพนักงานออกไปเขตพื้นที่ ที่อยู่นอกเหนือจากการทำงานในระหว่างวันทำงานนั้น

ผู้ดูแลระบบจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชั่นทันที ซึ่งสำหรับแอปพิเคลชั่นนี้ จะรองรับการใช้งานบนมือถือทั้งในระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส และแอนดอรย์ โดยผู้ดูแลระบบสามารถเห็นตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของพนักงานได้ตลอดเวลาโดยการดูผ่านแอปพลิเคชั่นแบบเรียล์ไทม์

และล่าสุดมีองค์กรและบริษัทฯ ต่างให้ความสนใจและได้นำไปทดลองใช้งานทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนแล้ว ซึ่งมีผลตอบรับที่ดี เนื่องจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยนั้น ต่างก็เริ่มมีมาตรการให้พนักงานของแต่ละบริษัทฯ สามารถทำงานได้จากที่บ้าน เพื่อลดการรวมตัวจนนำไปสู่การรับเชื้อหรือแพร่กระจาย

ซึ่งแอปดังกล่าวนี้ได้ถูกเรียกขึ้นมาว่าแพลตฟอร์ม D-Work จึงได้มีการถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยธุรกิจสำหรับใช้ในการติดตามตรวจสอบตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของพนักงานในความดูระหว่างการทำงานที่บ้าน อีกทั้งในระยะเวลานี้ยังถือว่าเป็นการช่วยดูแลและสร้างความมั่นใจของทางบริษัทและองค์กรว่า พนักงานที่อยู่ในความดูแลของพวกเค้านั้นจะปลอดภัยและห่างไกลจากการเสี่ยงออกไปรับเชื้อโควิด

ซึ่งจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดในอีกทางหนึ่งอีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการพัฒนางานให้ไม่สะดุด โดยทางผู้ผลิตแอปนี้ยังเล็งเห็นว่า แพลตฟอร์ม ตัวนี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ธุรกิจในยุควิกฤต ที่บริษัท และองค์กรต่างๆ จำเป็นต้องให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน

โดยใช้งานเพื่อติดตามตรวจสอบตำแหน่งพนักงานในความดูแลว่ากำลังทำงานอยู่ที่บ้าน หรือพื้นที่ที่ได้มีการลงทะเบียนไว้จริง ซึ่งคาดว่าจะได้รับความนิยมในอนาคต เพราะหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง เทรน์การทำงานที่บ้านก็จะมีสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  จีคลับ เล่นออนไลน์

สายการบินที่เก่าแก่อันดับ 2 ของโลกยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์สินเกี่ยวกับเรื่องของการล้มละลาย

      มีรายงานข่าวก็มาว่าสายการบินที่มีความเก่าแก่มากที่สุดอันดับ 2แห่งหนึ่งของโลก ได้มีการติดต่อศาลในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องที่สายการบินของตนเองก็คือสายการบินอเวียนกาซึ่งเป็นสายการบินของประเทศโคลัมเบียได้มีการยื่นคำร้องขอให้มีการพิทักษ์ทรัพย์สินของสายการบิน

เนื่องจากจะมีการฟ้องล้มละลายโดยมีรายงานข่าวว่าได้มีการแจ้งขอให้ทางศาลคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องของการล้มละลายไปเมื่อวันที่ 10 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 หลังจากที่สายการบินนี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาซึ่งก็เหมือนกับสายการบินอื่นๆทั่วโลกที่ต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสเช่นเดียวกัน 

โดยสาเหตุในการล้มละลายในครั้งนี้เกิดมาจากที่สายการบินอเวียนกาไม่ได้มีการบินเลยตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งสายการบินแห่งนี้มีเครื่องบินจำนวนทั้งสิ้น 140 ลำมีพนักงานที่ต้องดูแลอยู่ทั้งสิ้น 12000 คน ซึ่งแต่เดิมนั้นมีพนักงานทั้งสิ้น สองหมื่นคน แต่ทางบริษัทได้มีการขอร้องพนักงานประมาณ 8000 คนให้ทำการหยุดงานชั่วคราวไปก่อน

ซึ่งการหยุดงานชั่วคราวทั้งนี้ทางพนักงานเหล่านั้นจะไม่ได้รับค่าจ้างใดๆเลยแต่พนักงานที่ยังทำงานอยู่จำนวน 12000 คนนั้นทุกคนจะยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติถึงแม้จะไม่มีเส้นทางการบินอะไรก็ตามทำให้ทางบริษัทต้องแบกรับภาระเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายค่าเงินเดือนของพนักงานทั้ง 12000 คน

ซึ่งทางประธานเจ้าของสายการบินเองก็หวังว่ากิจการของตนเองนั้นจะสามารถดีขึ้นได้เรื่อยๆและมีประสิทธิภาพอย่างที่เคยเป็นมาก่อน ส่วนสาเหตุที่มีการขอร้องศาลของสหรัฐอเมริกาให้มีการพิทักษ์ทรัพย์สินนั้นเกิดมาจากว่าทางบริษัทสายการบินเวียนนาไม่สามารถที่จะชำระหนี้กับเจ้าหนี้ได้ทันตามที่รับปากไว้ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เขาจะต้องถูกฟ้องล้มละลายแน่นอนดังนั้นเขาจึงได้มีการร้องขอต่อศาลอเมริกาให้ช่วยพิทักษ์ทรัพย์สินให้เพราะหวังว่ากาการทำแบบนี้จะทำให้เขาสามารถปรับโครงสร้างหนี้

และสามารถกลับมากู้ปัญหาของบริษัทได้ในเร็ววัน กรณีที่ทางสายการบินอเวียนนาได้มีการยื่นเรื่องขอให้ศาลสหรัฐพิทักษ์ทรัพย์สินนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรกก่อนหน้านี้ในปี 2546 ทางบริษัทสายการบินอเวียนนาก็เคยมีการขอพิทักษ์ทรัพย์สินมาแล้วเช่นเดียวกัน

สำหรับเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการถูกฟ้องล้มละลายในช่วงนี้อาจจะเกิดขึ้นกับหลายบริษัททั่วโลกเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังซบเซาสาเหตุมาจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งหลายบริษัทก็มีความเชื่อว่าหากสามารถจัดการกับปัญหาไวรัสโคโรน่าได้เศรษฐกิจของโรคก็จะกลับมาดีขึ้นอีกครั้งหนึ่งและปัญหาการล้มละลายของบริษัทก็อาจจะได้รับการแก้ไขและกลับมาดีดังเดิมได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  www.ufa168.co ลิงค์เข้าใช้งานค่ะ