วิกฤตใหญ่ของรายการทีวี

           ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้หากใครได้มีการติดตามข่าวสารตามสื่อต่างๆจะเห็นได้ว่ามีบริษัทที่ผลิตทีวีจำนวนหลายช่องมากที่มีการประกาศออกมา เกี่ยวกับความจำเป็นที่ต้องเลิกจ้างพนักงาน โดยมีการลดจำนวนพนักงานในบริษัทลง และยังมีการประกาศเกี่ยวกับการจัดโครงการของผังรายการ ช่องทางในการขายโฆษณาและสื่อทีวี  สำหรับปัญหานี้มีการประกาศออกมาจากทั้งช่อง น้อยสีอย่างช่อง 3  หรืออย่างช่องมากสี อย่างช่อง 7  รวมถึงยังช่องอื่นอื่น ต่างก็ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจไม่แพ้กัน อย่างเช่น ช่องข่าวของ เนชั่น และยังมีล่าสุดเป็นช่อง GMM 25

          ถึงแม้ว่าผู้บริหารของช่องทีวีเหล่านี้จะไม่ได้ออกมายอมรับโดยตรงว่าการผลิตรายการทีวีของแต่ละช่องกำลังมีปัญหา นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสมา การผลิตรายการทีวีค่อนข้างสะดุดอีกทั้งการหาลูกค้าเพื่อเป็นสปอร์นเซอร์ให้กับรายการภายในช่องนั้นก็หายากมากเช่นเดียวกัน แต่เดิมจะเห็นได้ว่าเวลาที่เราเปิดทีวีดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาดูละครดังๆ ที่มีเรทติ้งคนดูเยอะๆ จะเห็นว่ากว่าจะได้ดูละครจะมีโฆษณาเยอะมากเลยทีเดียว และบางครั้งทางช่องก็ยังมีการขยายละครเพื่อต้องการดึงคนดู  นับได้ว่าก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของคนทำรายการทีวีเลยก็ว่าได้ 

           แต่พอสถานการณ์ของไวรัสระบาดเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจมากมายหลายบริษัทเป็นอย่างมากจะเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้นมีหลายบริษัทมากที่ต้องประกาศปิดกิจการลงทั้งที่บริษัทต่อนั้นก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่และยังมีบริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยก็ได้มีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นดังนั้นผู้ที่จะมาซื้อโฆษณาให้กับรายการทีวีนั้นจึงมีจำนวนลดลงตามไปด้วยส่งผลกระทบต่อการทำรายการทีวีเป็นอย่างยิ่งนั่นเอง

      และเมื่อผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่เป็นลูกโซ่กันเมื่อไม่มีสปอนเซอร์ที่จะซื้อรายการทีวีทีวีก็ไม่สามารถที่จะมีเงินมาหมุนเวียนในการทำรายการได้ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยุบทีมงานภายในเพื่อเป็นการลดจำนวนพนักงานในองค์กรลงให้องค์กรมีขนาดเล็กลงและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้  และนี่เองที่ทำให้เราเห็นว่าในปัจจุบันนี้มีช่องทีวีหลายช่องที่กำลังปรับโครงสร้างของบริษัทใหม่และทำให้มีพนักงานตกงานเป็นจำนวนมากนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามในขณะนี้ข่าวการปรับลดพนักงานหรือปรับโครงสร้างของช่องทีวีนั้นยังเป็นช่องทีวีที่มีพนักงานเป็นจำนวนมากหลายพันคนแต่ยังไม่มีช่องรายการทีวีที่เป็นช่องเล็กมีพนักงานน้อยคนออกมาปรับโครงสร้างเลยซึ่งในอนาคตเราอาจจะต้องเห็นจำนวนช่องทีวีที่ลดลงไปอีกมากกว่าเดิมก็ได้ถ้าหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้

        

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet