คลังเก็บรายเดือน: กันยายน 2020

โควิดโรคล้างโลก

ไวรัสโควิด19 โรคล้างโลก

โควิดโรคล้างโลก สถานการณ์ที่ปัจจุบัน ไข้ไวรัสโควิด19 ได้ระบาดไปทั่วโลกแล้วนั้น ทางองค์การอนามัยโลกได้มีการตั้งสมมติฐานไว้ว่า ถ้าการควบคุมการแพร่ระบาดนี้ของประชากรทั่วโลกไม่ดีพอนั้น ด้วยอัตราการติดเชื้อ หนึ่งคน ต่อ สองจุดสองคนนั้น อาจทำให้ภายในสิ้นปีนี้ มียอดจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้ เป็นจำนวน สิบหกล้านเจ็ดแสนคน

นั่นจึงเป็นสัญญาณเตือนไปสู่ทุกประเทศว่าหากแต่ละประเทศป้องกันตัวเองไม่ดีนั้น โอกาสที่จะมีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นในประเทศก็จะย่อมสูงขึ้นไปตามการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเองนั้น ถ้ามีการร่วมมือที่ดีของภาคประชาชนอาจทำให้มีอัตราการติดเชื้อน้อยลงเรื่อยๆ

ซึ่งในปัจจุบันนั้น โลกของเรามีการแบ่งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ สองกลุ่ม คือกลุ่มที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ แถบประเทศยุโรป เช่น อิตาลี และสเปน กับอีกกลุ่มที่ยังสามารถควบคุมได้คือ ประเทศฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงค์โปร์และเกาหลีใต้  ดังนั้นประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มใด ซึ่งมีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นเอาว่า ประทเศไทยของเรานั้น

ค่อนข้างเข้าข่ายกลุ่มที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะอัตราการเพิ่มผู้ติดเชื้อในแต่ละวันนั้น มีค่อนข้างสูง ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกันในวันนี้แล้ว โอกาสที่ประเทศไทยนั้นจะสามารถควบคุมได้เหมือนประเทศอื่นๆ เช่นประเทศญี่ปุ่น เพราะประเทศไทยนั้นเริ่มต้นการป้องกันค่อนข้างช้า สามถึงสี่วัน

ซึ่งถ้าหากยังปล่อยไว้แบบนี้แล้วไม่ช่วยกันภายใน 15 เมษายนนี้ ประเทศไทยอาจจะมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากถึง สามแสนห้าหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยสี่สิบแปดรายเลยทีเดียว ซึ่งในช่วงนี้ประชาชนคนไทยคงต้องช่วยเหลือกันและทำตามมาตรการ งดออกจากบ้าน เว้นระยะห่างทางสังคม

เพื่อช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด เพราะถ้าหากเราป้องกันอย่างจริงจังนั้น เราจะสามารถดึงตัวเลขอัตราการติดเชื้อของผู้ป่วยโควิด ลงมาได้อยู่ที่ สองหมื่นสี่พันสองร้อยหกสิบเก้าราย และถ้าเราไม่อยากเห็นภาพประเทศไทยต้องตกสภาพเป็นเหมือนในประเทศอิตาลีแล้วหล่ะก้อ ทางคนไทยทุกคนต้องช่วยกันและร่วมมือกัน

เพราะที่ประเทศอิตาลีนั้น ตอนนี้ถึงขั้นต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่ หรือให้ใครไป เพราะด้วยจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อกับจำนวนของแพทย์และพยาบาลนั้น ไม่เพียงพอที่จะดูแลให้ทั่วถึงได้ รวมไปถึงจำนวนเตียงของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีจำนวนไม่พอต่อผู้ป่วย ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือ ต้องรีบป้องกันและช่วยกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่โรคไวรัสโควิด จะล้างโลกของเรา

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

มาตรการรัฐบาลเยียวยา

มาตรการรัฐบาลเยียวยา แรงงานกลุ่มลูกจ้าง

มาตรการรัฐบาลเยียวยา Government-measuresจากวิกฤติเศรษฐกิจคนตกงาน จากพ้นกระทบไข้ไวรัสโควิด และมาตรการที่ทางรัฐบาลประกาศให้มีการปิดห้างร้านและกิจการชั่วคราว จึงทำให้เกิดภาวะคนตกงาน ซึ่งปัจจุบันทางรัฐบาลกำลังหามาตรการช่วยเหลือลูกจ้างและแรงงานเหล่านี้อยู่ และล่าสุดมีมาตรการที่จะให้เงินสนับสนุนคนละ 5,000 บาทต่อเดือน

เป็นระยะเวลาสามเดือน พร้อมให้สินเชื่อวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท ต่อรายโดยไม่ต้องมีหลักประกัน หรือสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน ต้องมีหลักประกัน โดยมีระยะเวลากู้ไม่เกินสามปี ซึ่งได้แบ่งกลุ่มที่จะรับเงินออกเป็นดังนี้

กลุ่มแรงงานลูกจ้าง มีมาตรการคือ 

  1. สนับสนุนเงิน คนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาสามเดือน เพื่อเป็นการเยียวยาแรงงานลูกจ้างและลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม จากกรณีการปิดพื้นที่เสี่ยต่อการระบาดชั่วคราว 
  2. สินเชื่อวงเงินฉุกเฉินไม่เกิน 10,000 บาทโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือสินเชื่อพิเศษวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายในอัตราดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือน ซึ่งต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี
  3. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสำนักงานธนานุเคราะห์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ สธค. เพื่อให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
  4. ยืดระยะเวลาการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไปจนถึง 31 สิงหาคม ปี 63
  5. เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ จาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท

กลุ่มผู้ประกอบการ ประกอบด้วย 7 มาตรการ ได้แก่

  1. สินเชื่อรายย่อย วงเงินต่อรายไม่เกิน สามล้านบาท
  2. เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภงด. 50 และภงด. 51
  3. เลื่อนเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ นำส่งและชำระภาษี เช่น Vat ภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

ซึ่งมาตรการต่างๆที่ออกมานั้น ทางรัฐบาลพยายามหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการและพนักงานลูกจ้าง ทั้งที่ทำงานประจำและไม่ประจำตลอดผู้ที่มีอาชีพอิสระ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่รอด และฝ่าภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากผลกระทบของไข้ไวรัสโควิด 19 นี้ไปด้วยกัน ซึ่งหากมาตรการนี้ได้ออกไปแล้ว และสถานการณ์การแพร่

ปริมาณเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

ปริมาณเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่ใช้แล้วได้ผลที่สุด

ปริมาณเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หลังจากที่มีสถานการณ์วิกฤติ การแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 ขึ้นมาตลอดระยะเวลาสามเดือนนี้นั้น ทำให้สิ่งของที่ไม่เคยจำเป็นกับพวกกลายเป็นสินค้าที่ค่า และมีราคาที่แพงไปอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย หรือเจลแอลกอฮอลล์ ที่เอไว้ใช้สำหรับล้างมือ

ซึ่งตอนนี้สิ่งของทั้งสองชนิดนี้กลายเป็นสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปแล้ว โดยทุกคนพยายามหาซื้อและกักตุนไว้เพื่อเก็บไว้ป้องกันตัวเองและคนในบ้าน แม้จะมีการศึกษาวิจัยบอกไว้อย่างชัดเจนว่าการล้างมือด้วยสบู่โดยใช้เวลาล้างและถูมือให้ทั่วทุกซอกนิ้วประมาณ 20 วินาที

จะมีประสิทธิภาพในการขจัดไวรัสออกจากมือได้ดีกว่าการใช้เจล แต่ในช่วงเวลาที่หาห้องน้ำล้างมือไม่ได้นั้น เจลแอลกอฮอลล์จึงมีส่วนสำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ซึ่งจากผลวิจัยนั้น ปริมาณการใช้เจลแอลกอฮอล์ที่ได้ประสิทธิภาพที่สุดนั้นคือประมาณ 3 มิลลิลิตร

ซึ่งเพียงพอที่จะใช้สำหรับการถูฆ่าเชื้อได้ทั่วทั้งมือ แต่บางทีหรือบางหัวกดนั้นจะกดได้แค่ประมาณ 1 มิลลิลิตรเท่านั้น เพราะผลจากการวิจัยบอกว่าการที่ใช้เจลน้อยเกินไปนั้น แอลกอฮอลล์จะระเหยไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากกดประมาณ 3 มิลลิลิตร และถูให้ทั่วมือสัก 20 วินาทีนั้น

จะเป็นปริมาณที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อได้มากที่สุด แต่ถ้ามือเกิดเปื้อนดินหรือมีสิ่งสกปรก ก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อนั้นเสื่อมถอยลงไปด้วย แต่หากการที่เราใช้เจลบ่อยจนเกินความจำเป็น ก็จะทำให้มือแห้งหยาบ ซึ่งสรุปได้ว่าการที่ใช้เจลแอลกอฮอลล์ในการฆ่าเชื้อโรคนั้นเป็นสิ่งที่ดี

และพึงควรกระทำในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ประจำ แต่หากมีการใช้มากเกินความจำเป็นอาจจะทำให้ผิวมือของคุณเกิดความแห้งกร้าน ส่วนการใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรคนั้น เราควรจะใช้ปริมาณอยู่ที่ สามมิลลิลิตร และมีการถูอย่างน้อยสามสิบวินาทีขึ้นไป

ซึ่งต้องสังเกตว่าการกดแต่ละครั้งออกมาปริมาณที่เท่าไหร่ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะออกมาที่ครั้งละ หนึ่งมิลลิลิตร เราจึงต้องกดทั้งสิ้น สามครั้ง ส่วนในกรณีที่หาเจลไม่ได้หรือไม่อยากจะใช้เจลบ่อยนั้น

ให้หมั่นล้างมือด้วยสบู่ และถูให้ทั่วมือทุกซอกนิ้วโดยใช้เวลาอย่างน้อย ยี่สิบวินาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ ก็จะให้คุณป้องกันจากการถูกแพร่ระบาดของเชื้อไข้ไวรัสโควิด 19 ที่ยังคงระบาดอยู่ตอนนี้ได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรที่จะลืมสวมหน้ากากอนามัยด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet-cafe

ประเทศอิตาลีสะบักสะบอม

ประเทศอิตาลี สะบักสะบอมเพราะผู้นำ

ประเทศอิตาลีสะบักสะบอม  ต้นแบบของผู้นำที่ล้มเหลว ที่ไม่ได้ตื่นตัวหรือเตรียมรับมือกับปัญหาโรคระบาดที่เริ่มต้นมีผู้ป่วยคนแรกที่พบการติดไข้ไวรัสโควิด 19 จากวันเริ่มต้นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ วันแรกที่ประเทศอิตาลี พบผู้ป่วยรายแรกที่ติดเชื้อโควิด จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน ที่ประเทศอิตาลี

จากเมืองแฟชั่นที่มีผู้คนเดินอวดแฟชั่นและใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ประเทศที่เมืองท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆของโลกที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวในประเทศปีละไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านคน แต่วันนี้ประเทศอิตาลีกลายเป็นประเทศร้าง ประเทศที่ต้องต่อสู้กับปัญหาวิกฤติการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด 19 ที่ทำลายชีวิตผู้คนในประเทศไปอย่างมากมาย

และยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ติดเชื้ออีกเป็นจำนวนมากเกือบสี่หมื่นราย และถึงแม้ว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการคุมเข้มปิดเมืองทั่วประเทศล่วงเข้ามาถึงสัปดาห์ที่สาม นับจากวันที่พบผู้ป่วยติดเชื้อเป็นคนแรกแล้วนั้น สถานการณ์ในประเทศอิตาลียังคงไม่ดีขึ้น การควบคุมการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสยังคงไม่สามารถหยุดได้

ในแต่ละวันยังคงมีผู้เสียชีวิตอย่างมากมายร่วมหลายร้อยคน และมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันเกือบสี่พันกว่าราย นั่นเป็นเพราะผลจากการไร้ความสามารถและการบริหารจัดการของรัฐบาล ซึ่งจากสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม นั้น อิตาลีมีประชาชนที่ติดเชื้อแล้วมากกว่า ห้าหมื่นสามพันคน

และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า สี่พันแปดร้อยราย ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นได้แซงหน้าประเทศจีนที่มีผุ้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นในตอนนี้อยู่ที่ สามพันสองร้อยห้าสิบห้าราย

ซึ่งจำนวนของคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิดทั่วโลกนั้น ประเทศอิตาลีมีประชากรที่เสียชีวิต เป็นจำนวนถึงหนึ่งในสามของประชากรทั่วโลกที่เสียชีวิตจากไข้ไวรัสตัวนี้ ซึ่งมีคำถามจากคนทั่วโลกว่า ทำไมประเทศอิตาลีกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดแห่งใหม่ ซึ่งมีคำตอบหลายคำตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก

โดยบางคนก็บอกว่าเพราะโครงส้างประชากรของประเทศอิตาลีส่วนใหญ่เป็นประชากรผู้สูงวัย หรือแพทย์บางคนก็บอกว่าระบบสาธารณสุขของประเทศอ่อนแอ หรือคำอธิบายของแพทย์บางคนก็บอกว่า ประเทศอิตาลีรีรอที่จะใช้ยาแรง เพราะห่วงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลและหน่วยงานรัฐขาดความสามารถในการรับมือ และปฏิบัติงานกันคนละทิศคนละทาง จึงทำให้ประชาชนชาวอิตาลี

เกิดความสับสนและป้องกันตัวเองไม่ถูก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศอิตาลีกลายเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่พุ่งสูงไม่หยุด และเมื่อไหร่ถึงจะมีการหยุดการแพร่ระบาดในประเทศอิตาลีนี้สักที และคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือผู้นำอิตาลี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เว็บพนัน ufabet

ธนาคารแต่ละได้รับผลกระทบ

ธนาคารแต่ละแห่งก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน

ธนาคารแต่ละได้รับผลกระทบ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ (SCBS) ระบุในบทวิเคราะห์ คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1 ของกลุ่มธนาคารจะแสดงสัญญาณเริ่มแรกของผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด โดยผลการดำเนินงานจะอ่อนแอลงในทุกๆ ด้าน ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาสหนึ่ง ของกลุ่มธนาคารก็จะลดลง ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจาก

การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนผลกระทบที่อาจได้รับจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่อคุณภาพสินทรัพย์

รวมไปถึง NIM ลดลง โดยมีสาเหตุมาจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ในเดือนมีนาคม ทั้งๆ ที่ได้รับผลประโยชน์จากการนำมาตรฐานบัญชี มาใช้ในรูปแบบของอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก ที่ต่ำกว่าปรกติและรับรู้รายได้ดอกเบี้ยในเกณฑ์คงต้างสำหรับพอรต์สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และยังมีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ดังเห็นได้จากการที่มีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อในเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วน Non-Nll ก็ลดลง

ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนแอลง โดยมีสาเหตุมาจากการจัดชั้นค่าธรรมเนียม ในการให้สินเชื่อใหม่เป็นรายได้ดอกเบี้ยที่ทยอยรับรู้ภายใต้มาตรฐานบัญชี และยังคงมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง แต่มีอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้จะสูงขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากรายได้ที่อ่อนแอลงนั่นเอง 

ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์กันว่า กำไรสุทธิของธนาคาจะลดลงในปีนี้ถึง ยี่สิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ เพราะแนวโน้มกำไรของกลุ่มธนาคารดูอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นในทุกๆด้าน แต่ธนาคารมีงบดุลที่แข็งแกร่งอย่างมากซึ่งจะช่วยป้องกันผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจขาลง และจะไม่ให้เหมือนกับวิกฤติการเงินในปี 2540

นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังได้มีการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นสินเชื่อและการกันเงินสำรองสำหรับสินเชื่อที่ปรับโครงสร้างแล้วหรือมีการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และขยายระยะเวลาการชำระคืน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจขาลงจนถึงเดือน ธันวาคม 2565 ซึ่งอย่างไรก็ดีแม้ว Valuation ธนาคารแม้จะถูก แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบซื้อแต่อย่างใด เรายังคงเลือก ธนาคารกรุงเทพ เป็น top pick ของกลุ่มธนาคาร

เพราะมี LLR coverage สูงที่สุด เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด จะสามารถควบคุมได้เมื่อไหร่ ธนาคารต่างๆ จึงยังคงเผชิญกับความเสี่ยงขาลงหลักๆในแง่ของคุณภาพสินทรัพย์แม้หุ้นธนาคาส่วนใหญ่จะมากการซื้อขายที่ Valuation ถูก แต่เราก็จะแนะนำให้นักลงทุนรอจนกว่าความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวลดลงมาก่อน ซึ่งจากเหตุการณ์เหล่านี้และมาตรการการตั้งรับต่างๆเองของธนาคารก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยเป็นกำลังสำรองให้กับประชาชนในเวลานี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub