คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2022

หลักการทำธุรกิจที่หากทำแล้วจะประสบความสำเร็จ

      หลักการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยผู้คนก็อยากจะร่ำรวยมีเงินทองมากมาย  หากเป็นสายสมัยโบราณนั้นการที่จะรวยได้นั่นก็คือการทำงานรับราชการนั้นเองเพราะจะได้เป็นเงินเดือนเป็นกอบเป็นกำยิ่งถ้าหากว่าเจ้านายรักหรือทำในตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่เงินเดือนก็จะสูงมีคนนับหน้าถือตาแต่ในปัจจุบันนั้นสังคมได้เปลี่ยนไปแล้วกระแสความร่ำรวยจากการทำงานข้าราชการนั้นไม่มีอีกต่อไป

ซึ่งหลายคนจะรู้กันดีว่าการทำงานข้าราชการนั้นจะไม่ทำให้คุณสามารถรวยได้แต่จะทำให้คุณนั้นสามารถมีชื่อเสียงรวมถึงการทำงานข้าราชการจะมีสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงานดังนั้นผู้คนจึงยังหันมาทำงานข้าราชการกันอยู่ถึงแม้ว่าเมื่อทำแล้วเงินเดือนอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละเดือนก็ตาม 

       อย่างไรก็ตามอย่างที่เรารู้กันดีว่าในสังคมปัจจุบันนั้นถ้าหากอยากจะรวยเร็วเราก็จะต้องประกอบธุรกิจเป็นของตนเองยิ่งธุรกิจเราไปได้ดีมีคนให้ความสนใจในสินค้าที่เรานำมาขายนั้นก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้นซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงหลักการการทำธุรกิจที่ถ้าหากทำตามขั้นตอนแบบนี้แล้วเชื่อได้ว่าธุรกิจของคุณนั้นจะสามารถประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนมันคือจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนั้นเอง 

         ก่อนที่เราจะคิดว่าเราจะทำธุรกิจอะไรนั้นให้เราคิดก่อนว่าธุรกิจที่เราจะทำนั้นจะต้องใช้เงินทุนประมาณเท่าไหร่ซึ่งถ้าหากว่าเราสามารถคิดค้นธุรกิจที่ลงทุนได้น้อยแต่สามารถพลิกแพลงโดยการใช้สมองของเราให้เยอะขึ้นก็จะสามารถทำให้เรานั้นมีกำไรและมีรายได้จากการทำธุรกิจนั้นได้และที่สำคัญคู่แข่งจะไม่สามารถลอกเลียนแบบธุรกิจของเราได้

       นอกจากนี้ให้เราทำธุรกิจแบบพอเพียงเป็นธุรกิจขนาดเล็กค่อยๆไต่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ไปเรื่อยๆอย่าไปคิดการใหญ่โดยการทำธุรกิจแบบยิ่งใหญ่อลังการเพราะถ้าหากว่าขาดทุนนั้นการทำธุรกิจใหญ่จะเจ็บตัวหนักมากแต่ถ้าเกิดว่าเราทำธุรกิจเล็กๆไปก่อนการขาดทุนนั้นก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อเรามากเท่าไหร่ไม่ส่งผลต่อเงินทุนของเรามากเท่าไหร่นั่นเองและเมื่อธุรกิจไปในทางที่ดีก็ค่อยขยายใหญ่ขึ้นได้

        เมื่อคิดจะทำธุรกิจแล้วอันดับแรกเลยในการที่จะหาว่าธุรกิจที่เราจะทำนั้นควรจะเป็นธุรกิจประเภทไหนให้เลือกธุรกิจที่ไม่ใช่แฟชั่นเพราะเมื่อใดก็ตามที่เราเลือกธุรกิจเกี่ยวกับแฟชั่นแรกๆเราจะได้กำไรดีแต่หลังๆนั้นแฟชั่นก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปทำให้ธุรกิจของเราไม่ยั่งยืนเป็นธุรกิจแบบฉาบฉวยซึ่งมันจะไม่ส่งผลดีในระยะยาวของเรานั่นเองดังนั้นในการค้นหาว่าเราจะลงทุนทำอะไรสักอย่างหนึ่งเราควรที่จะหาทำธุรกิจที่สามารถอยู่ในตลาดได้นานๆ 

         นอกจากนี้สิ่งสำคัญมากที่สุดของการทำธุรกิจก็คืออย่ากลัวการทำธุรกิจอย่ากลัวการลงทุนอย่ากลัวว่ามันจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะมันยังไม่เกิดขึ้นอะไรก็ตามที่เราทำเต็มที่แล้วย่อมประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.    UFABET เว็บหลัก

อีลอน มัสก์ ให้พนักงาน เทสลา กลับมาทำงานที่ออฟฟิศหรือไม่ก็ลาออก 

       อีลอน มัสก์ ให้พนักงาน   จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิค-19 ที่มีการระบาดไปทั่วโลกส่งผลทำให้บริษัทหลายบริษัทได้มีการอนุมัติให้พนักงานของตนเองนั้นทำงานทางไกลหรือเรียกกันว่าเวิร์คฟอร์มโฮมนั่นเอง ซึ่งก็คือการอนุญาตให้พนักงานนั้นสามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะทำให้พนักงานติดเชื้อไวรัส covid-19  ระหว่างที่มีการเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศได้นั่นเอง 

ซึ่งการทำงานแบบ work from home นั้นเป็นการเปิดให้พนักงานทำงานที่บ้านเป็นระยะเวลานานกว่า 2 ปีแล้ว  และหนึ่งในนั้นที่ให้พนักงานทำงานแบบ work from home ได้นั่นก็คือบริษัท tesla ของอีลอน มัสก์ นั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้วหลายประเทศได้มีการผลิตวัคซีนและมีการบังคับให้ประชากรของตนเองเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อรวมถึงหากมีการติดเชื้อนั้นก็มีโอกาสน้อยมากที่จะเสียชีวิต  นอกจากนี้หลายประเทศอย่างเริ่มมีการเปิดประเทศเพื่อให้ประชาชนได้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางไปเที่ยวในประเทศของตนเองได้แล้วเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

         เนื่องจากสถานการณ์เรื่องของการระบาดของไวรัส covid ทั่วโลกดีขึ้นจำนวนผู้ติดเชื้อนั้นไม่เพิ่มมากขึ้นแล้วดังนั้นบริษัทจึงได้มีการทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนโยบายการทำงานแบบ work from home โดยมีการเรียกพนักงานให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิม  ซึ่งล่าสุดบริษัทเทสล่าซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ได้มีการส่งอีเมลไปหาพนักงานของตนเอง 

          โดยมีการจัดส่งอีเมลไปเมื่อวันที่ 31 เดือนพฤษภาคม  ปีพ.ศ. 2565  ซึ่งหัวข้อที่มีการส่งอีเมลล์ ไปให้กับพนักงานทุกคนนั้นก็คือทางบริษัทจะยกเลิกการทำงานแบบ work from home แล้วและการทำงานแบบ work from home จะไม่ได้รับการอนุมัติจากทางบริษัท tesla  ดังนั้นพนักงานทุกคนจะต้องกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิม

          โดยลักษณะของการทำงานที่ออฟฟิศนั้นจะต้องมีการเข้ามานั่งทำงานในออฟฟิศอาทิตย์นึงไม่ต่ำกว่า 40 ชั่วโมงซึ่งถ้าหากพนักงานคนไหนปฏิเสธที่จะกลับมาทำงานที่ออฟฟิศและยังต้องการที่จะทำงานแบบ work from home เหมือนเดิมทางบริษัทเทสล่าแนะนำให้พนักงานท่านนั้นทำหนังสือลาออกจากบริษัทได้เลยซึ่งอีเมลนี้ได้รับการอนุมัติจากอีลอนมัสก์ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทเทสล่าเรียบร้อยแล้ว 

        นอกจากทางฝ่ายบุคคลจะมีการส่งอีเมลไปยังพนักงานทุกคนของบริษัทเทสล่าแล้ว  อีลอน มัสก์ ก็ยังมีการเขียนอีเมล์ด้วยตนเองส่งไปยังพนักงานทุกคนด้วยเช่นเดียวกัน  โดยใจความนั้นต้องการให้พนักงานทุกคนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่ออฟฟิศเพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานจริงๆไม่ใช่ทำงานที่อยู่ไกลกัน ซึ่ง  อีลอน มัสก์  มองว่าเป็นการทำงานในสำนักงานสมมุติ  นอกจากนี้ถ้าพนักงานคนไหนไม่มาทำงานที่ออฟฟิศ  อีลอน มัสก์  จะถือว่าพนักงานยินดีที่จะลาออก

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บหลัก

ดราม่า ไลฟ์โค้ชให้ลูกเก็บขยะหลังจากเด็กบ่น ไม่อยากเรียนออนไลน์

        ไลฟ์โค้ชให้ลูกเก็บขยะ  ในยุคสมัยนี้ที่เด็กไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือได้แต่เน้นการเรียนผ่านทางระบบออนไลน์แทนซึ่งแน่นอนว่าการเรียนการสอนกับทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนผ่านทางระบบออนไลน์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและเด็กส่วนใหญ่ที่เรียนผ่านระบบออนไลน์นั้นก็ไม่มีคุณภาพเทียบเท่ากับการเรียนที่โรงเรียนที่สำคัญเด็กๆมักจะบ่นว่าเรียนไม่รู้เรื่องและเหนื่อยเป็นอย่างมากเพราะการเรียนออนไลน์นั้นคุณครูให้ทำการบ้านเยอะมากซึ่งเรามักจะได้ยินเด็กๆบ่นว่าไม่อยากเรียนแบบออนไลน์แล้วอยากเดินทางไปโรงเรียนมากกว่า 

          อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ตอนนี้สำหรับเด็กที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไม่สามารถที่จะเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้เพราะยังมีความเสี่ยงสูงที่อาจจะติดเชื้อไวรัสโควิคที่กำลังมีการระบาดอยู่ในตอนนี้ซึ่งด้านลูกชายของ ไลฟ์โค้ชใ ชื่อดังก็ได้ออกมาบ่นกับพ่อของเขาเช่นเดียวกันว่าไม่อยากจะเรียนออนไลน์เนื่องจากเลยไม่รู้เรื่องและตัวเด็กเองก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนเพราะคุณครูสั่งการบ้านเยอะดังนั้นไร้คอร์สคนดังกล่าวจึงได้มีการสอนลูกว่าถ้าหากไม่เรียนหนังสือจะต้องประกอบอาชีพ

          อย่างไรหลังจากที่ได้มีการสอนลูกแล้วเขาจึงนำวิธีการสอนลูกนี้มาโพสต์ลง Social Media ของตนเองพร้อมถึงอธิบายวิธีการสอนว่ามีการสอนลูกอย่างไรบ้าง  ufa slot เกมไหน แตกง่าย    อย่างไรก็ตามปรากฏว่าหลังจากที่ ไลฟ์โค้ชใดังกล่าวโพสต์ Facebook ก็มีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากบางคนเข้ามาชื่นชมวิธีการสอนของไลฟ์โค้ช แต่บางคนก็ออกมาต่อว่าถึงวิธีการสอนนอกจากนี้บางคนยังมองว่า ไลฟ์โค้ช กำลังดูกถูกอาชีพของคนอื่นอีกด้วย   

          ซึ่งวิธีการที่เขาสอนลูกของเขานั้นก็คือการให้ลูกของเขานั้นหาเงินซื้อข้าวกินเองโดยให้ลูกไปเก็บขยะประเภทขวดพลาสติกและขวดแก้วนำมาขายซึ่งเด็กจะต้องไปเก็บขยะแถวตลาดโดยจะมีแม่บ้านคอยเดินดูแลอยู่ห่างๆเพื่อความปลอดภัยและเด็กกว่าจะเก็บขยะจนสามารถเก็บเงินได้ 20 บาทก็ใช้เวลาระยะเวลาทั้งวันซึ่งตลอดทั้งวันนั้นเด็กไม่ได้กินอาหารเลยมากินอาหารอีกทีนึงตอน 18:00 น โดยใช้เงินที่หามาได้ในวันดังกล่าวนั้นซื้ออาหารกินเองซึ่งเป็นมาม่าแล้วนำไปต้มส่วนเงินที่เหลือบางส่วนก็เอาไปซื้อขนมกิน  

    สำหรับวิธีการสอนลูกของ  ไลฟ์โค้ช นี่ถือว่าดีมากๆเพราะเด็กที่พ่อแม่มีฐานะร่ำรวยมักจะไม่เข้าใจถึงความยากจนและโดยส่วนใหญ่ก็มักจะใช้เงินฟุ่มเฟือยและไม่เห็นความสำคัญของการเรียนไม่เหมือนกับเด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจนที่เขาต้องขนขวายหาความรู้ด้วยตนเองดังนั้นการที่ไร้โค้ชคนนี้สอนลูกของเขาให้เห็นถึงความสำคัญของเงินและการศึกษาจึงเป็นวิธีการปูทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้เด็กนั้นเห็นความสำคัญของการศึกษาและพยายามศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่ในอนาคตจะได้มีงานทำดีๆสามารถเลือกงานที่ตนเองชอบได้ 

เมื่อของขึ้นราคารับมืออย่างไร

ของขึ้นราคา หลายๆคนคงจะทราบเป็นอย่างดีว่าในช่วงนี้นั้นราคาสินค้าต่างก็ปรับราคาแพงขึ้นนั่นก็มาจากสภาวะเงินเฟ้อนั่นเอง การที่จะรู้จักในเรื่องของเงินเฟ้อนั้นก็มาดูกันในเรื่องของกลไกลราคากันก่อน สำหรับกลไกลราคานั้นก็เป็นสิ่งที่เกิดควบคู่กับทรัพยากรบนโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดและเมื่อทรัพยากรบนโลกมีอย่างจำกัด

แต่ความต้องการของมนุษย์นั้นตรงข้ามกันเพราะมีอยู่อย่างไม่จำกัดนั่นเอง ดังนั้นแล้วความต้องการซื้อและความต้องการขายมีไม่เท่ากัน ผู้ขายจึงต้องขายในราคาที่แพงมากขึ้นนั่นเอง

เพราะว่าความต้องการซื้อนั้นมาก ถ้าหากขึ้นราคาผู้ซื้อก็จะต้องซื้ออยู่ดีนั่นเอง สิ่งเหล่านี้นั้นจึงถูกเรียกว่าสภาวะเงินเฟ้อนั่นเอง เพราะเมื่อของชิ้นหนึ่งราคาแพงขึ้นของชิ้นอื่นๆก็จะแพงขึ้นตามด้วย

ซึ่งความต้องการในการซื้อมากขึ้นนั้นก็อาจจะเกิดจากระบบเศรษฐกิจที่ดี การหาเงินได้ง่ายขึ้น หรืออาจจะเกิดจากการที่รัฐบาลนั้นวางนโยบายในการอัดฉีดเงินเข้าระบบมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โครงการที่รัฐบาลจัดขึ้นอย่าง เที่ยวด้วย คนละครั้งเป็นต้น

และการที่จำนวนของนั้นมีลดลงก็อาจจะเกิดได้จาก ภัยธรรมชาติหรือสงคราม โรคระบาดหรือการผลิตที่ไม่ทันต่อความต้องการก็ล้นเป็นสิ่งที่ทำให้ของนั้นมีราคาแพงขึ้นได้นั่นเองและก็ถือว่าเป็นสถานการณ์เงินเฟ้อได้เช่นกัน สำหรับสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่ามีอัตราเงินเฟ้อเท่าไหร่ ก็สามารถที่จะดูได้จากดัชนีราคาผู้บริโภค

และเมื่อผ่านไปในแต่ละปีนั้นก็จะมีการตรวจสอบว่าราคาสินค้ามีการปรับขึ้นจากในปีก่อนๆหรือไม่ ถ้าหากมีอัตราเงินเฟ้อที่มากกว่าปีก่อน ผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้านนี้ก็จะตองเข้าไปควบคุมและดูแลเพื่อไม่ให้เงินนั้นเกิดสภาวะเฟ้อไปมากกว่านี้

และเมื่อของมีราคาขึ้น คนอย่างเราก็แค่คนหนึ่งที่ดำเนินชีวิตต่อไป สิ่งที่ต้องมีเมื่อเกิดสภาวะเงินเฟ้อของแพงขึ้น ก็จะต้องมีสติมีความรอบครอบ ถึงแม้ว่าจะเป้นสิ่งที่ค่อนข้างยากในเรื่องของการใช้จ่ายในปัจจุบัน การเก็บเงินเท่าที่เป็นไปได้เพราะเมื่อเกิดสภาวะเงินเฟ้อแล้วนั้นนั่นหมายความว่าในอนาคตนั้นของหรือสินค้าที่เรานั้นซื้ออยู่เป็นประจำก็จะมีราคาสูงขึ้นไปอีกนั่นเอง

ดังนั้นแล้วในการจัดการทางด้านการเงินให้มีประสิทธิสูงสุดหรือการบริหารการเงินให้ดี เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในสภาวะเงินเฟ้อ และในปัจจุบันก็มีเครื่องมือหรือตัวช่วยต่างๆมากมายที่จะช่วยในการจัดการในเรื่องของการเงินได้เป็นอย่างดีเพราะสามารถที่จะจัดการเรื่องการเงินได้ง่ายภายในแอปเดียว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เรานั้นอาจจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเพราะในเศรษฐกิจแบบนี้การออมเงินหรือจดการการเงินให้ดีนั้นย่อมส่งผลดีต่ออนาคต

 

สนับสนุนโดย.   ีดฟิำะ