คลังเก็บหมวดหมู่: ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขายบ้านรูปแบบใหม่ สำหรับชาวต่างชาติ ซื้อบ้าน ราคาเกิน 30 ล้านแถม Work Permit

                    มิติใหม่ของการขายบ้านเริ่มขึ้นแล้วเมื่อทางด้านผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการหาแนวทางที่อยากจะให้ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทยนั้นมีความเรื่องมากยิ่งขึ้นจึงได้มีการกระตุ้นการซื้อขายบ้านด้วยการเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวต่างชาติสามารถมาซื้อบ้านในเมืองไทยได้

โดยมีโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆมากมายที่จะเป็นการเชิญชวนให้นักลงทุนชาวต่างชาติอยากจะสนใจมาซื้อบ้านเอาไว้ในเมืองไทยโดยโครงการที่มีการเปิดตัวนี้เป็นโครงการของ อีลิทการ์ด  ซึ่งโครงการนี้ได้มีการสร้างขึ้นมาสำหรับนักลงทุนชาวต่างชาติโดยเฉพาะ

          และสำหรับโปรโมชั่นที่จะมาเชิญชวนชาวต่างชาติให้มาซื้อบ้านในเมืองไทยนั้น  อีลิท ได้ออกโครงการเป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยมีการกำหนดราคาเอาไว้ว่าถ้ามีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ขั้นต่ำอยู่ที่ 10 ล้านบาทถ้าต่างชาติคนดังกล่าวจะสามารถได้รับบัตรอีลิทการ์ดและยังมีของแถมเป็นวีซ่าระยะยาวให้กับนักลงทุนที่มีการซื้อบ้านตั้งแต่ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปอีกด้วย

           แต่ในขณะเดียวกันหากมีนักลงทุนคนไหนมีการสมัครเป็นสมาชิกของ อีลิทการ์ด ไว้และได้มีการลงทุน ในประเทศไทยโดยมูลค่าการลงทุนนั้นต้องไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไปสิ่งที่พวกนักลงทุนจะได้รับจากทาง อีลิท นั่นก็คือพวกเขาจะได้รับใบอนุญาตในการทำงานในประเทศไทยหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ work permit   ซึ่งถ้าหากมีใบอนุญาตการทำงานในประเทศไทยนี้นักลงทุนชาวต่างชาติก็จะสามารถประเทศไทยได้นานโดยที่ไม่ต้องถือวีซ่า

        สำหรับโครงการที่จัดขึ้นมานี้มีการคาดการณ์และคาดหวังกันเป็นอย่างยิ่งว่านักลงทุนชาวต่างชาติจะสนใจกับโครงการที่มีการคิดค้นขึ้นมานี้และถ้าเกิดว่ามีจำนวนนักลงทุนชาวต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นก็จะสามารถสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทยได้มากเลยทีเดียวและเชื่อว่าเงินในประเทศไทยจะมีการเดินสะพัดมากขึ้นสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยก็จะมาดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

         สำหรับโครงการที่มีการคิดขึ้นมาในครั้งนี้ทางด้านผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและรัฐมนตรีคนอื่นๆได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ผลกระทบของเศรษฐกิจไทยที่มาจากการระบาดของไวรัสโคโรน่านั้นกลับมาฟื้นฟูอย่างเร็ววัน

              สำหรับสิ่งที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้ก็คือนักลงทุนชาวต่างชาติจะต้องมีการสมัครเป็นสมาชิกบัตรอีลิท ก่อน และเมื่อทำการลงทุนแล้วถึงจะได้ตามเงื่อนไขที่ได้มีการแจ้งเอาไว้ซึ่งบัดนี้จะมีมูลค่าของตัวบัตรนั้นไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทและเงื่อนไขของการลงทุนในประเทศไทยที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทนั้นจะต้องมีการลงทุนอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 ปีถึงจะได้รับใบอนุญาตในการทำงานออกให้นั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

หลักเกณฑ์ใหม่ของการยื่นรับเงินค่าทำศพผู้สูงอายุ 

            มีประกาศออกมาจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มีการดูแลเกี่ยวกับเรื่องของการจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุโดยมีการระบุว่าในปีพศ2563 นี้นั้นทางด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มีการออกกฎหมายใหม่ออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุและครอบครัว

โดยมีการระบุถึงเกี่ยวกับเรื่องของการจัดงานศพของผู้สูงอายุว่าแต่เดิมนั้นถ้าหากผู้สูงอายุได้มีการยื่นเรื่องเข้ามาใช้โครงการของสวัสดิการแห่งรัฐก็จะมีเงินค่าทำศพให้กับคุณสูงวัยอยู่ที่จำนวน 2,000 บาทแต่ในปีนี้จะมีการปรับเปลี่ยนราคาเพิ่มให้โดยจะมีการเพิ่มให้เป็น 3,000 บาทแทนและที่สำคัญในการขอรับเงิน 3000 บาท

ในการไปช่วยงานศพในครั้งนี้จะสามารถทำได้นานขึ้นเพราะจากเดิมจะมีการกำหนดเอาไว้ว่าเมื่อได้รับใบมรณะบัตรมาแล้วต้องทำเรื่องขอรับเงินภายใน 30 วันเท่านั้นแต่ของใหม่นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนยืดอายุให้เพิ่มนานขึ้นโดยจะมีการเปลี่ยนว่าขอรับเงินได้ภายใน 6 เดือน

ทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตนั้นมีเวลาที่จะไปยื่นเรื่องในการขอรับเงินนั่นเองอบรมโครงการสวัสดิการของรัฐนั้นเป็นโครงการที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะยากจนโดยจะต้องมีการสมัครลงทะเบียนเพื่อขอเข้าร่วมโครงการเสียก่อนซึ่งการยื่นเรื่องนั้น

ก็จะต้องรอให้ทางด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีการอนุมัติถึงจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ได้มีคนเป็นจำนวนมากที่ร่วมโครงการอยู่แล้วและยังมีอีกหลายคนที่มีฐานะยากจนและเป็นคนสูงอายุแต่ก็ยังไม่ได้มีการเข้าไปทำการลงทะเบียนซึ่งหากใครยังไม่ได้ทำการลงทะเบียนก็สามารถยื่นเรื่องขอทำการลงทะเบียน

เพื่อขอเข้าร่วมโครงการนี้ได้เพราะถ้าเกิดมีการเข้าร่วมโครงการนี้สิ่งที่คุณจะได้รับก็คือคุณสามารถที่จะขอเงินมาจากงานศพได้ซึ่งปัจจุบันนี้อย่างที่บอกไปว่าจะได้เงินมากถึง 3,000 บาทในการมาจัดการศพในครั้งนี้เลยทีเดียวทำให้ไม่ต้องมาเป็นภาระของคนในครอบครัวภายหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้วว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจัดงานศพให้กับคนเฒ่าคนแก่ในครอบครัวของตนเอง

เพราะถ้าหากครอบครัวไหนยากจนการหาเงินสักก้อนหนึ่งที่จะมาใช้ในการจัดงานศพนั้นจะค่อนข้างลำบากกันมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามสำหรับการทำเรื่องขอเงินในการเอาไปจัดงานศพของผู้สูงวัยนั้นจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลด้วยว่าผู้สูงวัยคนดังกล่าวมีอายุเกิน 60 ขึ้นไป

หรือไม่เพราะถ้าต่ำกว่า 60 ปียังไม่นับว่าเป็นผู้สูงวัยก็จะไม่เข้าโครงการนี้ได้ซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบแล้วว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จะรับเงินได้ก็สามารถที่จะไปรับเงินได้ 3,000 บาทที่สำนักงานเขตหรือถ้าตามต่างจังหวัดก็ประมาณสำนักงานอบตหรือเทศบาลโดยเมื่อผ่านการอนุมัติจะมีการโอนเงินเข้าธนาคารกรุงไทยให้ นับได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ออกมาช่วยเหลือคนจนอย่างแท้จริง

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ ufabet

วิกฤตใหญ่ของรายการทีวี

           ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้หากใครได้มีการติดตามข่าวสารตามสื่อต่างๆจะเห็นได้ว่ามีบริษัทที่ผลิตทีวีจำนวนหลายช่องมากที่มีการประกาศออกมา เกี่ยวกับความจำเป็นที่ต้องเลิกจ้างพนักงาน โดยมีการลดจำนวนพนักงานในบริษัทลง และยังมีการประกาศเกี่ยวกับการจัดโครงการของผังรายการ ช่องทางในการขายโฆษณาและสื่อทีวี  สำหรับปัญหานี้มีการประกาศออกมาจากทั้งช่อง น้อยสีอย่างช่อง 3  หรืออย่างช่องมากสี อย่างช่อง 7  รวมถึงยังช่องอื่นอื่น ต่างก็ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจไม่แพ้กัน อย่างเช่น ช่องข่าวของ เนชั่น และยังมีล่าสุดเป็นช่อง GMM 25

          ถึงแม้ว่าผู้บริหารของช่องทีวีเหล่านี้จะไม่ได้ออกมายอมรับโดยตรงว่าการผลิตรายการทีวีของแต่ละช่องกำลังมีปัญหา นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสมา การผลิตรายการทีวีค่อนข้างสะดุดอีกทั้งการหาลูกค้าเพื่อเป็นสปอร์นเซอร์ให้กับรายการภายในช่องนั้นก็หายากมากเช่นเดียวกัน แต่เดิมจะเห็นได้ว่าเวลาที่เราเปิดทีวีดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาดูละครดังๆ ที่มีเรทติ้งคนดูเยอะๆ จะเห็นว่ากว่าจะได้ดูละครจะมีโฆษณาเยอะมากเลยทีเดียว และบางครั้งทางช่องก็ยังมีการขยายละครเพื่อต้องการดึงคนดู  นับได้ว่าก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของคนทำรายการทีวีเลยก็ว่าได้ 

           แต่พอสถานการณ์ของไวรัสระบาดเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจมากมายหลายบริษัทเป็นอย่างมากจะเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้นมีหลายบริษัทมากที่ต้องประกาศปิดกิจการลงทั้งที่บริษัทต่อนั้นก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่และยังมีบริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยก็ได้มีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นดังนั้นผู้ที่จะมาซื้อโฆษณาให้กับรายการทีวีนั้นจึงมีจำนวนลดลงตามไปด้วยส่งผลกระทบต่อการทำรายการทีวีเป็นอย่างยิ่งนั่นเอง

      และเมื่อผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่เป็นลูกโซ่กันเมื่อไม่มีสปอนเซอร์ที่จะซื้อรายการทีวีทีวีก็ไม่สามารถที่จะมีเงินมาหมุนเวียนในการทำรายการได้ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยุบทีมงานภายในเพื่อเป็นการลดจำนวนพนักงานในองค์กรลงให้องค์กรมีขนาดเล็กลงและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้  และนี่เองที่ทำให้เราเห็นว่าในปัจจุบันนี้มีช่องทีวีหลายช่องที่กำลังปรับโครงสร้างของบริษัทใหม่และทำให้มีพนักงานตกงานเป็นจำนวนมากนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามในขณะนี้ข่าวการปรับลดพนักงานหรือปรับโครงสร้างของช่องทีวีนั้นยังเป็นช่องทีวีที่มีพนักงานเป็นจำนวนมากหลายพันคนแต่ยังไม่มีช่องรายการทีวีที่เป็นช่องเล็กมีพนักงานน้อยคนออกมาปรับโครงสร้างเลยซึ่งในอนาคตเราอาจจะต้องเห็นจำนวนช่องทีวีที่ลดลงไปอีกมากกว่าเดิมก็ได้ถ้าหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้

        

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

โควิด-19 ยังทำพิษ เพราะคนตกงานยังทยายพุ่งสูงขึ้น ทำให้มีหนี้ครัวเรือนจะเกิน 13.77  ล้านล้านแล้ว

               มีข้อมูลรายงานออกมาจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  เกี่ยวกับตำรวจของประชาชนในประเทศไทยในช่วงปีพ.ศ 2553 ที่ผ่านมาว่านับตั้งแต่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส covid-19   มานั้น   สถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องของการเลิกจ้างงานนั้นก็มีจำนวนมากยิ่งขึ้นซึ่งในตอนนี้สามารถระบุได้ว่าคนไทยงั้นตกงานมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม  

          โดยถึงแม้ว่าหลายฝ่ายจะออกมายืนยันว่าตอนนี้สังคมไทยหลังจากที่ทำความเข้าใจกับไวรัสโควิด -19 และสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับไวรัส covid ได้แล้ว  เศรษฐกิจของไทยเริ่มดีขึ้นมีการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมากยิ่งขึ้นมีภาวะการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น

           อันที่จริงแล้วหลังจากที่มีการสำรวจอย่างจริงจังกับพบว่าข้อมูลต่างๆเหล่านั้นกลับไม่เป็นความจริงเลยเพราะถึงแม้ว่าในเว็บไซต์จัดหางานนั้นจะมีหลายบริษัทที่ออกมาประกาศรับสมัครงานเป็นจำนวนเยอะมากๆแต่ในขณะเดียวกันบุคคลที่ตกงานนั้นเมื่อไปสมัครงานแล้วก็ไม่ได้เข้าทำงานตามที่บริษัทหางาน

             และมีการระบุเอาไว้ซึ่งมีหลายบริษัทที่มีการรับสมัครงานแต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าคนไทยนั้นตกงานเยอะมากเพราะฉะนั้นต่อให้มีบริษัทรับสมัครงานมากแค่ไหนก็ไม่เพียงพอกับคนในเมืองไทยที่กำลังตกงานอยู่ในขณะนี้โดยตอนนี้นั้นเป็นข้อมูลที่ได้มาจากปีพศ2563 พบว่าในขณะนี้มีคนตกงานมากกว่า 6.51 แสนคน

               ซึ่งข้อมูลนี้ยังไม่ใช่ข้อมูลที่แน่นอนเพราะเป็นข้อมูลที่ให้ประชาชนมาทำการลงทะเบียนเอาไว้เท่านั้นแต่ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่ไม่ได้มีการมาลงทะเบียนเกี่ยวกับเรื่องของการว่างงานไว้ดังนั้นถ้าเอาข้อมูลที่เป็นข้อมูลจริงๆแล้วเราก็เรียกได้ว่าสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้มีคนตกงานนับล้านคนเลยก็ว่าได้

                 และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็ยังมีนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาอีกจำนวนหลายแสนคนซึ่งถ้าหากปัจจุบันคนที่มีอยู่ยังไม่สามารถหางานได้นักศึกษาจบใหม่ก็อาจจะหางานยากได้เช่นเดียวกันและอาจจะทำให้จำนวนคนว่างงานนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลยก็ได้

            และปัญหาที่ตามมาหลังจากที่มีการว่างงานของประชาชนก็คือพวกเขาจะไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการไปจ่ายหนี้หรือใช้จ่ายในชีวิตส่วนตัวซึ่งในตอนนี้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของหนี้สินของประชาชนที่เป็นหนี้กับทางธนาคารนั้นเรียกว่าหนี้ครัวเรือนเริ่มจะสูงใกล้ถึง 13.77 ล้านล้านแล้ว

            สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ในช่วงเวลานี้ก็คือพยายามหาทางเยียวยาคนที่ยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิช- และยังคงตกงานอยู่ให้สามารถกลับมามีงานทำและมีรายได้ช่วยเหลือตนเองได้การที่รัฐบาลนำเงินออกมาแจกจ่ายให้กับประชาชนนั้นไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องมากนักสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือรัฐบาลควรหางานให้ประชาชนทำโดยการไปสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ sme หรือกลุ่มธุรกิจรายย่อยให้สามารถทำธุรกิจให้เติบโตมีรายได้เพื่อที่เจ้าของธุรกิจเหล่านี้จะได้รับสมัครคนงานและคนในประเทศไทยจะได้ไม่ต้องตกงานกันนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บหลัก

แรงงานไทยจะตกงานอีก 800 คนเมื่อบริษัทพานาโซนิคจะมีการย้ายฐานการผลิตไปที่เวียดนาม 

      สำหรับบริษัท Panasonic นั้นเชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างที่ประชาชนหลายคนก็ซื้อมาใช้กันอยู่ก็มาแต่ถึงถ่านยี่ห้อ Panasonic ก็ยังมีการใช้งานอยู่กันจนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งโดยปกติแล้วบริษัท Panasonic นั้น

จะมีบริษัทที่ผลิตตู้เย็นและก็เครื่องซักผ้าอยู่ในภายในประเทศไทยแต่เนื่องจากสถานการณ์เรื่องของค่าเงินที่สูงขึ้นทำให้บริษัทพานาโซนิคต้องการที่จะลดต้นทุนการผลิตดังนั้นจึงจะมีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปที่ประเทศเวียดนามโดยจะมีการย้ายไปประมาณเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมในปีนี้

และน่าจะสิ้นสุดการย้ายทุกบริษัทในเครือของบริษัท Panasonic ภายเดือนมีนาคมปีพศ 2564 ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันนี้มีแรงงานชาวไทยที่เป็นพนักงานของบริษัท Panasonic จำนวนทั้งสิ้น 800 คนดังนั้นถ้าเกิดว่าบริษัท Panasonic มีการย้ายฐานผลิตไปที่เวียดนามก็จะทำให้มีคนไทยตกงานมากถึง 800 คนเลยทีเดียวสำหรับประเทศเวียดนามที่บริษัท Panasonic

จะย้ายไปอยู่นั้นที่จริงแล้วทางบริษัท Panasonic เองก็มีบริษัทอยู่ที่เวียดนามอยู่แล้วเป็นบริษัทที่เป็นฐานการผลิตใหญ่มากที่สุดในโซนเอเชียซึ่งปัจจุบันนี้เขามีแรงงานของคนเวียดนามที่ทำงานอยู่ในบริษัทพานาโซนิคมากถึง 8000คนทีเดียวดังนั้นการที่เขาย้ายไปในทางนี้ก็คือจะไปรวมตัวกับขันธ์บริษัทที่ใหญ่ขึ้นนั้นเองซึ่งถ้ามีการย้ายออกไปก็เป็นไปได้มากว่าต้นทุนการผลิตของ Panasonic ก็จะลดลง

และยังสามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้นเนื่องจากว่าจำนวนผู้ผลิตส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่ประเทศเวียดนามก่อนหน้านี้เองตามคนมาสมัครเองก็เคยมีการตั้งบริษัทเพื่อผลิตไว้ที่ประเทศสิงคโปร์แต่หลังจากที่ค่าเงินของประเทศสิงคโปร์เริ่มมากขึ้นบริษัทต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานเยอะขึ้นทาง Panasonic เองก็ได้มีการย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทยเพราะค่าแรงจะถูกกว่าแต่เมื่อตอนนี้ค่าแรงของประเทศไทย

ก็มีการเพิ่มมากขึ้นดังนั้นทางพัฒนาสรุปเองจึงจำเป็นต้องลดค่าแรงลงไปในการย้ายไปที่ประเทศเวียดนามเพราะตอนนี้ค่าแรงของประเทศเวียดนามยังคงถูกกว่าไทยเยอะมากดังนั้นในตอนนี้เราจะเห็นได้ว่าที่ประเทศเวียดนามนั้นบริษัท Panasonic มีการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ามากมาย

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าไมโครเวฟหรือแม้แต่ตู้เย็นซึ่งถ้าเกิดว่าทางราคาที่ประเทศไทยย้ายไปที่ประเทศเวียดนามทั้งหมดจะทำให้ประเทศเวียดนามสามารถที่จะรองรับแรงงานเพิ่มได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกในขณะที่ประเทศไทยเองนั้นแรงงานไทยของเราก็ตกงาน

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

โครงการช็อปดีมีคืน 

          ในขณะนี้รัฐบาลได้มีการออกโครงการใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งโครงการซึ่งเป็นโครงการที่ออกมาควบคู่กับโครงการคนละครึ่งด้วยโครงการใหม่ล่าสุดนี้ชื่อว่าโครงการช็อปดีมีคืนซึ่งโครงการนี้รัฐบาลได้ตั้งขึ้นมาเพื่อหวังว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนจะถึงซึ่งปีนี้จะสามารถช่วยกระตุ้นรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจ  กระตุ้นให้คนซื้อของกันมากยิ่งขึ้น

         สำหรับโครงการช็อปดีมีคืนนี้เป็นโครงการที่ถ้าหากลูกค้าไปทำการช้อปปิ้งสินค้าในโครงการก็จะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีได้ซึ่งโดยปกติแล้วโครงการที่ซื้อสินค้าแล้วนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีนั้นจะมีจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอยู่แล้วแต่ปีนี้โครงการจะเกิดขึ้นเร็วมากกว่าเดิมเพราะโครงการนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 23 เดือนตุลาคมปีพศ2563 นี้เลยและจะไปสิ้นสุดโครงการอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 31 เดือนธันวาคมพ.ศ 2563

           สำหรับโครงการนี้ประชาชนไม่ต้องทำอะไรเลยเพียงแค่ไปจับจ่ายซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับอุปโภคหรือบริโภคหลังจากนั้นก็เก็บใบเสร็จรับเงินไว้และเอาใบเสร็จรับเงินมาลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีนั้นเอง  ซึ่งสินค้าจะมีบางตัวที่ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่น

ถ้าหากประชาชนไปซื้อเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์หรือแม้แต่ไปซื้อบุหรี่มาสูบพวกนี้ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้รวมถึงกรณีที่ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วจ่ายค่าที่พักหรือค่าตั๋วเครื่องบินรวมถึงเติมน้ำมันรถก็จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้หรือถ้าหากใครซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกันส่วนการใช้อื่นๆนั้นสามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด

            ก่อนหน้านี้โครงการที่ให้นำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีในปีอื่นๆที่ผ่านมานั้นจะมีการจำกัดสินค้าด้วยว่าจะเป็นสินค้าชนิดไหนแต่ในปีนี้จำนวนสินค้ามีมากขึ้นมีเยอะขึ้นเพื่อที่จะได้รองรับความต้องการในการใช้งานของประชาชนดังนั้นไม่ว่าจะไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าหรือซื้อของใช้ภายในบ้านใบเสร็จรับเงินทุกใบก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมดนั่นเอง

           และแน่นอนว่าสำหรับโครงการช็อปดีมีคืนนี้ประชาชนไม่จำเป็นที่จะต้องลงทะเบียนแต่อย่างใดเลยแค่มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานก็สามารถที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้แล้ว และรัฐบาลก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากที่โครงการนี้เริ่มใช้งานได้ประชาชนจะออกมาซื้อของกันเยอะขึ้นจะเป็นการกระตุ้นการซื้อขายภายในประเทศตั้งรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายและทำให้เศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นในเร็ววันนี้ได้อย่างแน่นอน

            ปรับรายละเอียดเงื่อนไขของดีคืนนั้นจะมีการระบุเพิ่มเติมเอาไว้ว่าประชาชนสามารถที่จะชอบสินค้าอะไรก็ได้ที่ไม่ได้เป็นสินค้ายกเว้นตามที่ระบุไว้ข้างต้นสามารถนำใบเสร็จนั้นมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินเพียง 30000 บาทเท่านั้นหากมีการช้อปปิ้งเกินก็จะลดได้แค่ 3 หมื่นบาทเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Nation ถูกถอนโฆษณาจากอมาโด้

        เป็นอีกบริษัทที่มีการออกมาประกาศจุดยืนเกี่ยวกับการยกเลิกการซื้อสื่อโฆษณากับทางสำนักข่าว The Nation หลังจากที่คนในโลกออนไลน์พากันติด Hashtag ไม่สนับสนุนสินค้าที่มีการซื้อสปอนเซอร์กับทางช่อง The Nation อย่างเด็ดขาดซึ่งหลายบริษัทก็ออกมาประกาศยุติการสนับสนุนการซื้อสื่อโฆษณากับทาง The Nation เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยมุมมองของทางบริษัทที่มีการยกเลิกการซื้อสื่อโฆษณาเนื่องมาจากว่ากระแสการต่อต้านของคนในโลกออนไลน์นั้นค่อนข้างรุนแรงและไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่เท่านั้นเพราะหลายบริษัทที่ยังมีการโฆษณากับทาง The Nation อยู่ต่างเริ่มได้รับผลกระทบเมื่อสินค้านั้นเริ่มมีจำนวนผู้ที่ซื้อสินค้านั้น

ลดน้อยลงจึงทำให้หลายบริษัทที่เคยซื้อโฆษณากับทาง Nation ต่างก็พากันหวาดกลัวว่าสินค้าของตนเองนั้นจะได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองดังนั้นบริษัทส่วนใหญ่จึงออกมาพูดถึงการยกเลิกการซื้อโฆษณากับ Nation โดยมองว่าเป็นการให้ความร่วมมือกับประชาชนเพราะบริษัทที่ขายสินค้าจะเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลักดังนั้นเมื่อลูกค้าไม่ต้องการที่จะให้มีการซื้อโฆษณากับทาง Nation ทางบริษัทต่างๆ

ก็ยินดีที่จะไปซื้อสื่อโฆษณากับบริษัทอื่นๆหรือหาช่องทางในการโฆษณาช่องทางอื่นแทนทำให้ตอนนี้เนชั่นกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักเพราะถูกถอนโฆษณาไปแล้วหลายตัวอย่างล่าสุดที่มีการแถลงข่าวออกมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมปีพศ2563 ก็เป็นทางบริษัทแบรนด์อมาโด้ซึ่งเป็นบริษัทของผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก

โดยมีดารานักแสดงอย่าง เชน ธนา เป็นผู้บริหาร โดยทางด้านผู้บริหารของแบรนด์อมาโด้ได้ออกมายืนยันว่าตั้งแต่มีการออกมาต่อต้านการลงโฆษณากับทาง The Nation ทางแบรนด์อมาโด้ก็ได้มีการพิจารณาของโฆษณากับทางเนชั่นทันทีแต่ที่ยังเห็นว่ามีการขายโฆษณากับเนชั่นอยู่

เนื่องจากว่ามีการถ่ายทำไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงยังคงเอาส่วนที่มีการถ่ายทำเสร็จแล้วออกมาฉายแต่นับตั้งแต่มีการ #แบรนด์ The Nation  ทางบริษัทก็พิจารณาเอาโฆษณาออกจากเดอะเนชั่นทันทีซึ่งตอนนี้ก็กำลังคุยกันภายในกลุ่มผู้บริหารอยู่ว่าที่มีการถ่ายโฆษณาไว้แล้วนั้น

จะมีการดึงออกเลยหรือไม่หรือจะให้ออกอากาศจนกว่าจะหมดและไม่สนับสนุนการซื้อโฆษณากับ  Nation อีกอย่างไรก็ตาม ทางด้านอมาโด้เองก็ได้มีการส่งเอกสารเป็นเอกสารจากทางบริษัทออกมายืนยันเกี่ยวกับเรื่องของการงดการซื้อโฆษณา ทีวีช่องเนชั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งสื่อต่างๆได้รับเอกสารชุดนี้กันหมดแล้วรวมถึงมีการออกข่าวทั้งผ่านทางทีวีรวมถึงผ่านทางในโลกออนไลน์อีกด้วยและเว็บไซต์ของทางเอามาดูเองก็ได้มีการทำเอกสารที่ออกจากบริษัทยืนยันการยกเลิกการซื้อโฆษณา The Nation มาแสดงให้ชาวโซเชียลเห็นด้วย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กังวลกำลังซื้อของคนในประเทศ

หลังจากที่ทุกอย่างต้องชะลอตัวเพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต้องจัดหาแคมเปญเพื่อส่งเสริมการตลาดและฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้กลับมาคึกคักอีกคัก โดยตั้งเป้าหมายที่จะจัดงาน อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์เซล

ซึ่งแต่เดิมเมื่อก่อนก็จะจัดกันเป็นปรกติอยู่แล้ว แต่เป็นการจัดเพื่อดึงลูกค้าชาวต่างชาติให้มาเที่ยวในประเทศไทย แต่ครั้งนี้จะปรับเปลี่ยนแคมเปญเพื่อมุ่งหวังจากการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยแทน ถึงแม้ว่าจากผลกระทบของการแพร่ระบาดไข้ไวรัสโควิด19 นั้นจะส่งผลต่อผลกระทบของเศรษฐกิจเมืองไทยและการท่องเที่ยวนั้น และน่าเป็นกังวลสำหรับกำลังซื้อของคนไทย

แต่ก็เชื่อว่าแคมเปญนี้จะทำให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมไปถึงผู้ประกอบการต่างๆก็จะมีการจัดโปรโมชั่นมากมายไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ที่พักโรงแรม เพื่อกระตุ้นความน่าสนใจของลูกค้า โดยที่แคมเปญที่ตั้งใจที่จะดึงลูกค้าที่ชอบท่องเที่ยวและเดินทางไปต่างประเทศให้หันกลับมาเที่ยวที่ประเทศมากขึ้น

เพราะในช่วงนี้เชื่อว่าจากสถิติที่หนึ่งปีจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศสิบสองถึงสิบสามล้านคนนั้น จะเปลี่ยนพฤติกรรมมาเที่ยวในประเทศไทยแทน เพราะไม่สามารถออกไปเที่ยวที่ต่างประเทศได้ ซึ่งพื้นที่หลักในประเทศไทยที่จะมีการจัดแคมเปญ

และฟื้นฟูการท่องเที่ยวนั้น จะประกอบไปด้วยพื้นที่หลักห้าพื้นที่ คือ จังหวัดกรุงเทพฯ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดหาดใหญ่ และจังหวัดพัทยา ซึ่งจะมีการทำโปรโมชั่นและจัดแคมเปญทั้งในส่วนของการตลาดด้านออฟไลน์และการตลาดด้านออนไลน์ โดยจะมีการนำของรางวัลต่างๆมาเป็นตัวกระตุ้นความน่าสนใจเพื่อให้เกิดการซื้อและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินรางวัลเป็นบัตรกำนัลหรือเงินท่องเที่ยวเกือบหนึ่งแสนบาท รวมไปถึงคนที่เข้ามาร่วมโครงการและมีการซื้อแพคเกจท่องเที่ยวต่างๆ ภายในงานนี้ก็จะมีสิทธิ์ได้ลุ้นรับรถยนต์หรืออุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยรวมเป็นมูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาทด้วย

โดยในงานจะแบ่งออกเป็นสองโครงการคือ โครงการไทยแลนด์ เมดิคัล แอนด์ เวลเนส เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กับอีกโครงการคือ โครงการ ไทยแลนด์ เวิลด์ ชอปปิ้ง พาราไดซ์ คือเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชอบเน้นเรื่องของการช้อปปิ้ง ซึ่งคาดว่าโครงการเหล่านี้จะช่วยทำให้มีเงินเดินสะพัดในการท่องเที่ยวสำหรับปีนี้มากกว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท และเชื่อว่าหากไม่มีการแพร่ระบาดรอบสองของไข้โควิด19 การท่องเที่ยวก็จะกลับมาเต็มรูปแบบได้ในต้นปีหน้าอย่างแน่นอนเพราะคนไทยตอนนี้ก็เริ่มอัดอั้นในการเที่ยวแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet บาคาร่าออนไลน์

พนักงานบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ถูกเลิกจ้างกระทันหัน พากันร้องไห้ตั้งแต่ตีสี่

       วันที่ 30 เดือนตุลาคม  ปีพศ 2563    Facebook ภายใต้ชื่อสังคมโรงงานได้มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการเลิกจ้างงานของบริษัทแห่งหนึ่งโดยมีการระบุเอาไว้ว่าบริษัทดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการแจ้งพนักงานล่วงหน้าว่าจะมีการเลิกจ้างงานพนักงานทุกคนยังมีการเดินทางไปทำงานตามปกติซึ่งแต่ละคนนั้นก็ถึงที่ทำงานตั้งแต่ช่วงเช้ามืดบางคนก็ทำงานเป็นกะยังอยู่ที่โรงงาน

        อย่างไรก็ตามแต่ทางด้านเจ้าของโรงงานได้มีการแจ้งพนักงานของตนเองในช่วงเวลาประมาณตี 4 ว่าจะมีการปลดพนักงานออกจากบริษัทจำนวน 100 กว่าคนโดยการปลดพนักงานในครั้งนี้ทางบริษัทได้มีการปลดพนักงานทั้งสาขาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสาขาที่จังหวัดนครราชสีมา

         พนักงานหลายคนไม่ได้มีการรู้ล่วงหน้ามาก่อนต่างก็ตกใจเป็นน้ำตาลกันและใครที่มีรายชื่อที่ถูกเลิกจ้างงานต่างก็พากันร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไม่ได้มีการเตรียมตัวหรือเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าว่ามาถึงที่ทำงานแล้วจะต้องถูกสั่งให้เลิกทำงานทันทีอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะร้องไห้คร่ำครวญมากแค่ไหนแต่ในที่สุดทุกคนก็ต้องทำตามเงื่อนไขของบริษัทนั่นก็คือไปเซ็นรับทราบในเรื่องของการเลิกจ้างงานพร้อมกับรับเงินชดเชยบวกกับเงินเดือนให้อีก 1 เดือนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเอาไว้

          สำหรับบริษัทที่มีการเลิกจ้างงานพนักงานโดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้าล่าสุดนี้มีชื่อว่าบริษัทอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาอยู่หลายจังหวัดและมีพนักงานหลายพันคน   แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่หลายบริษัทได้รับผลกระทบกันอยู่ทำให้บริษัทอิเล็กทรอนิกส์เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ไม่สามารถที่จะยืมเอาไว้ได้จึงจำเป็นต้องลดขนาดองค์กรลดจำนวนพนักงานลงและพนักงานจำนวน 100 กว่าคนที่ถูกเลิกจ้างงานกระทันหันในครั้งนี้ 

          อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในตอนนี้ถึงแม้ว่ารัฐบาลกำลังออกมาพูดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ในความเป็นจริงจะเห็นได้เลยว่าหลาย บริษัทกำลังทยอยปิดกิจการลงและยังคงมีการเลิกจ้างงานกับอีกหลายบริษัทเช่นเดียวกันดังนั้นจึงอาจพูดได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่รัฐบาลได้มีการประกาศออกมาดีขึ้นคงไม่มีคนตกงานอย่างต่อเนื่องอยู่แบบนี้แน่นอน

         จะยังไงก็แล้วแต่เราคงต้องดูสถานการณ์เศรษฐกิจต่อไปว่าหลังจากนี้อีกกี่เดือนหรืออีกกี่ปีที่เศรษฐกิจของไทยนั้นจะกลับมาดีขึ้น  และคนที่ตกงานนั้นจะสามารถหางานทำได้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวและเราจะได้ไม่ต้องมานั่งเห็นข่าวคราวเกี่ยวกับคนตกงานกระทันหันเหมือนที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

อนุมัติแล้ววงเงินประกันรายได้ ข้าวและยางพาราโดยจะให้ชาวเกษตรกรสูงสุดตันละ 15,000 บาท 

             ครม. ได้มีการประชุมปรึกษาหารือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ว่าจะมีการอนุมัติมาตรการการช่วยเหลือกลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวเกษตรกรที่มีการปลูกนาข้าวหรือแม้แต่กลุ่มชาวเกษตรกรที่มีการปลูกยางพาราที่กำลังประสบปัญหา ข้าวและยางพาราราคาถูกกว่าต้นทุนอยู่ในขณะนี้

  โดยการอนุมัติในครั้งนี้นั้น ทางด้านมติของ ครม. ได้มีการอนุมัติวงเงินช่วยเหลือไว้อยู่ที่ 6 หมื่นล้านกว่าบาท   ซึ่งจะมีการจำแนกออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการช่วยเหลือกลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรโดยจะมีการช่วยเหลือเกี่ยวกับนาข้าวนั้นต่ำสุดอยู่ที่ 10,000 บาทและสูงสุดต้องไม่เกิน 15,000 บาทต่อตัน   ในขณะที่ชาวบ้านที่มีการทำสวนยางนั้นก็จะได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลรายละไม่เกิน 25 ไร่

       สำหรับข้อมูลดังกล่าวนี้ได้มีการเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายนปีพศ 2563   โดยผู้ที่ออกมายืนยันเกี่ยวกับมติที่ประชุมใน ครม. ในครั้งนี้นั่นก็คือนายจุรินทร์  ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย  ด้วยการประชุมปรึกษาหารือกันในครั้งนี้ได้มีการประชุมกันที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นการจัดการการประชุมแบบสัญจร   

         สำหรับรายละเอียดการอนุมัติเกี่ยวกับเรื่องของเงินงบประมาณที่จะมาช่วยเหลือกลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของราคาข้าวและราคายางพารานั้นจะมีการจัดสรรงบประมาณออกมายอดรวมทั้งสิ้นอยู่ที่  61900.82 ล้านบาท  และเงินดังกล่าวนั้นจะถูกแบ่งออกไปให้กลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรที่ทำนาข้าวอยู่ที่ 51858 ล้านบาท 

           สำหรับโครงการที่ทางด้านรัฐบาลได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันและจะมีการอนุมัติออกมาเพื่อช่วยเหลือกลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรในโครงการที่จะเอาไว้สำหรับประกันรายได้ของผู้ที่ปลูกข้าวนั้นจะเป็นโครงการที่จะเกิดขึ้นในระหว่างปีพศ2563 ถึงปีพ.ศ 2564 สำหรับโครงการที่มีการริเริ่มอยู่ในขณะนี้จะมีการนำมาใช้ทั้งหมด 3 โครงการด้วยกัน   โดยโครงการแรกนั้นจะเป็นโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 

ส่วนโครงการต่อมานั้นก็จะเป็นโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร   สำหรับโครงการสุดท้ายก็จะเป็นโครงการเกี่ยวกับเรื่องของการเก็บสต๊อกข้าวซึ่งเป็นโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกข้าวเน้นเอง

           สำหรับโครงการทั้ง 3 โครงการของการปลูกข้าวนี้ทางรัฐบาลเชื่อว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือกลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรในการลดต้นทุนและทำให้ผลิตข้าวได้มากยิ่งขึ้น  ส่วนทางด้านการประกันรายได้ของยางพารานั้นก็จะมีการออกมาประกันรายได้ให้กับกลุ่มที่ขายยางพาราเป็นแบบแผ่นดิบ   และมีการขายยางพาราด้วยน้ำยางสดรวมถึงการขายยางพาราเป็นแบบยางก้อนถ้วย 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ufabetcn